>> Main Menu <<

 
  • Home
  •  
  • Beauty
  •  
  • Exercise
  •  
  • Webboard
  •  
  • Contact
  • Slide 1
    Slide 2
    Slide 3
     

    หนูไม่อยากเป็น...คุณแม่ (วัยใส)

    หนูไม่อยากเป็น...คุณแม่ (วัยใส)
     

    รายงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เผยสถิติวัยรุ่นตั้งแต่ปี 2552 ตั้งครรภ์เฉลี่ยถึงวันละ 336 คน และเพิ่มขึ้นอีก 10% ทุกปี ในขณะที่อัตราส่วนอายุกลับลดลงเรื่อยๆคือ 15-17 ปี และน้อยที่สุดเพียง 12ปี

    ผลกระทบก็อย่างที่ผู้ใหญ่เรารู้ๆกัน คือเด็กสาวผู้มีอนาคตอีกยาวไกลจะถูกโหวตออกจากระบบการศึกษาโดยปริยาย แม้จะไม่มีข้อห้ามเด็กตั้งครรภ์เรียนหนังสือได้ แต่ด้วยเหตุผลทางสรีระไม่เอื้ออำนวย ทั้งสุขภาพจิตแปรปรวนสับสน อับอาย และอื่นๆอีกมากมาย ส่งผลถึงศักยภาพถดถอยของประชากรในอนาคต

    รู้ผิดๆ วิกฤติเกิด

    สุนันท์ สำเรียนรัมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ (รักษาการ) องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์ สำนักงานประเทศไทย ผู้ผลักดันโครงการ Up To Me กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วแก้ไม่ได้สักที ส่วนใหญ่ปมของมันอยู่ที่ผู้ใหญ่ ไม่เปิดใจรับฟัง และ ไม่เปิดโอกาสให้เด็กเลือก

    โครงการ Up To Me รณรงค์เรียนรู้การป้องกันสถานการณ์ตั้งครรภ์ของวัยรุ่น ขันอาสาแนะนำเทคนิคการเรียนรู้เรื่องนี้ให้เข้าใจง่าย และต้องการลบทัศนคติผู้ใหญ่ที่เคยปิดบังเรื่องเพศไม่ให้เด็กรู้ เพราะกลัวจะเป็นดาบสองคม หรือชี้โพรงให้กระรอก

    เปลี่ยนเป็นการสอนให้น้องๆ รู้จักแยกแยะระหว่างความรัก และความต้องการทางเพศว่าเป็นคนละเรื่องกัน และเรียนรู้วิธีการปฏิเสธคู่รักของตนอย่างนิ่มนวล โดยไม่ทำร้ายน้ำใจกันและกัน

    แต่ถ้าผ่านจุดนั้นมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ ต้องป้องกัน ซึ่งการใช้ถุงยางอนามัยเป็นวิธีที่ง่าย สะดวกที่สุดและปลอดภัยที่สุด แถมยังป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และเอดส์ได้ด้วย

    สุวารีย์ สังฆวดี และเพชรรัตน์ ศรีวิชัย น้องๆ ชั้น ม.5 โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคมเล่าถึงพฤติกรรมของเพื่อนๆ ว่า เพื่อนผู้ชายหลายคนยังไม่รู้วิธีใช้ถุงยางอนามัย บางคนรู้แต่ซื้อผิดไซส์ หรือฉีกซองไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดรอยฉีกขาดได้ หรือยังเชื่อว่าหลั่งข้างนอกไม่ท้องแน่ๆ ซึ่งมันเป็นความเชื่อผิดๆ

    ส่วนเด็กผู้หญิงเอง ก็ยังไม่รู้จักยาคุมกำเนิดทั้งแบบธรรมดา ซึ่งต้องกินยาเม็ดแรกภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน และกินติดต่อกันจนหมดแผง แต่ถ้ากรณีพลาดพลั้ง ให้เลือกชนิดฉุกเฉิน เม็ดแรกกินภายใน 72 ชั่วโมง อีกเม็ดหนึ่งต้องรอถัดไปอีก 12 ชั่วโมง แต่ไม่ควรบริโภคเป็นประจำ เพราะจะส่งผลข้างเคียงกับมดลูก และไม่ป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์

    ผิดซ้ำ ต้องรู้จักจำ

    ผู้ใหญ่ ต้องรู้จักปรับปรุงวิธีการสื่อสารและข้อมูลที่มันไม่อัพเดท อย่าง ยกเลิกสนับสนุนให้เด็กนับระยะปลอดภัย หน้าเจ็ดหลังเจ็ด เสียเถิด

    เบญจพร จันทาพูน เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพโรงพยาบาลแม่จัน จังหวัดเชียงรายอธิบายว่า วิธีการนี้เหมาะสมสำหรับหญิงที่มีประจำเดือนมาสม่ำเสมอเท่านั้น แต่ในชีวิตจริง ประจำเดือนของเด็กสาววัยรุ่นมักขาดๆ หายๆ เว้นระยะไปเดือนหรือสองเดือนนั้นเป็นเรื่องปกติของวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน

    อยากให้ยกเลิกวิธีการนี้ เพราะเด็กๆ จะเข้าใจผิดตั้งแต่แรก บางคนยังนับผิดอยู่เลย ที่ถูกต้องและแม่นยำที่สุดคือ หลังเจ็ด ให้นับตั้งแต่วันแรกที่มีประจำเดือน นับไป 7 วันจึงจะปลอดภัย ส่วนหน้าเจ็ดนั้น ไม่เหมาะสมอย่างมาก เพราะประจำเดือนเด็กมาไม่สม่ำเสมอ โอกาสคลาดเคลื่อนมีสูงมาก เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์

    ยิ่งกว่านั้น ต้องส่งเสริมให้เด็กๆ รุ่นนี้รู้จักคุณค่าตัวเอง และมีเป้าหมายในชีวิต ส่วนพ่อแม่เองก็ต้องตั้งกฎเกณฑ์ของบ้าน สอนทักษะชีวิตกับลูก แต่ถ้าพ่อแม่ไม่ได้ดูแลลูกโดยตรง แต่มีปู่ย่าตายายเป็นผู้ดูแล ก็ต้องถ่ายทอดวิทยายุทธให้คนเลี้ยงดูด้วย

    ข้อมูลล่าสุดที่น่าแปลกใจคือเด็กเรียนดี เรียบร้อยมักจะพลาดตั้งครรภ์ เพราะทักษะชีวิตอ่อน ด้อยประสบการณ์ ขณะที่เด็กเกเรหน่อย จะรู้จักป้องกันตัวแต่อย่างไรทุกคนก็อยู่ในความเสี่ยงทั้งนั้น

    และเมื่อถึงทางสองแพร่งที่ต้องตัดสินใจเลือกจริงๆ สำหรับเด็กหญิงที่ต้องการจะตั้งท้องต่อ สามารถติดต่อขอรับบริการบ้านพักชั่วคราวได้ แต่ถ้าจะยุติการท้องเพราะมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดแล้วล่ะก็ ต้องมีอายุครรภ์ไม่เกิน 2เดือนนับแต่วันสุดท้ายที่มีประจำเดือน แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์เท่านั้น

    วิกฤตที่น่าตกใจของเด็กสาวที่ตัดสินใจทำแท้ง คือ ว่าที่คุณแม่วัยใสหน้าเดิมๆ มากกว่าหน้าใหม่ อาจเพราะรู้แหล่งทำแท้งเป็นอย่างดีแล้ว หรือชะล่าใจว่าหลังจากที่ตนทำแท้งแล้วยังรอดปลอดภัย ก็ไม่น่ามีอันตราย ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมหันต์

    เรื่องทัศนคติและความเชื่อคืออุปสรรคสำคัญที่สุดของเรื่องนี้ เด็กๆ ยังขาดความรู้ ไม่รู้ว่าจะกินยาคุมกำเนิดอย่างไร เชื่อโฆษณา และคำบอกเล่าของคนอื่น แล้วก็ตัดสินใจใช้วิธีผิดๆ ตัวอย่าง เคยมีเด็กสาวตัดสินใจซื้อยาผงอัดเม็ด หรือยาสอดจากร้านขายยาเร่ เพราะเชื่อว่าจะขับเลือดได้ แต่สุดท้ายก็ยังท้องต่อ และก็ไม่รู้ว่ายานั้นจะมีอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่ เบญจพร กล่าว

    กันไว้ดีกว่าแก้ แต่ถ้าเกินจะป้องกัน ก็ต้องแก้ไขมันให้ดีและปลอดภัยที่สุด

     

    ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดยชฎาพร นาวัลย์

     
    บทความในหมวดเดียวกัน
    การศึกษาไทยล้มเหลว เด็กเครียดเกินไป
    สุขภาพวัยรุ่นกับการคุยเรื่องเพศในช่วงที่ลูกเป็นวัยรุ่น
    เด็กพันธุ์ใหม่ : พันธุ์ถั่วงอก
    สุขภาพจิตกับความรุนแรงในช่วงวัยรุ่น
    ดื่มน้ำอัดลมมากยิ่งก้าวร้าว
    ปัญหาเด็กขายตัว พ่อแม่จะอ้างไม่มีเวลาไม่ได้แล้ว
    Up To ME รู้เท่าทันป้องกันท้องไม่พร้อม
    รมว.สธ.เตรียมตั้งศูนย์ฮอตไลน์ให้บริการเรื่องลับๆของวัยรุ่น
     
    Share
    เปิดอ่าน 1780 ครั้ง 
     
     บทความที่เกี่ยวข้อง
    การศึกษาไทยล้มเหลว เด็กเครียดเกินไป
    สุขภาพวัยรุ่นกับการคุยเรื่องเพศในช่วงที่ลูกเป็นวัยรุ่น
    เด็กพันธุ์ใหม่ : พันธุ์ถั่วงอก
    สุขภาพจิตกับความรุนแรงในช่วงวัยรุ่น
    ดื่มน้ำอัดลมมากยิ่งก้าวร้าว
    ปัญหาเด็กขายตัว พ่อแม่จะอ้างไม่มีเวลาไม่ได้แล้ว
    Up To ME รู้เท่าทันป้องกันท้องไม่พร้อม
    รมว.สธ.เตรียมตั้งศูนย์ฮอตไลน์ให้บริการเรื่องลับๆของวัยรุ่น
    หนูไม่อยากเป็น...คุณแม่ (วัยใส)
    เล่นเกมมาก เสี่ยงสมองฝ่อ
     
     บทความที่ถูกเปิดอ่านบ่อย
    โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
    โรคกระเพาะ
    สุขภาพเล็บบอกโรคได้
    กฎทองของการทำผมไปงานแต่งงาน
    น้ำสตรอเบอรี่ปั่น
    การอ่านผลตรวจเลือด
    การกระโดดเชือก
    ประโยชน์ของปลาทู
    แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
    ปัญหาเด็กติดเกมส์
    Home  |  Beauty  |  Exercise  |  Webboard  |  Contact
    Copyright © 2010 Healththai.com. All Rights reserve.