>> Main Menu <<

 
  • Home
  •  
  • Beauty
  •  
  • Exercise
  •  
  • Webboard
  •  
  • Contact
  • Slide 1
    Slide 2
    Slide 3
     

    เด็กเป็นโรคอ้วนสูงขึ้นมาก

    เด็กเป็นโรคอ้วนสูงขึ้นมาก
     

    ปัจจุบันปัญหาเรื่องของปัญหาพฤติ กรรมการกิน และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เร่งรีบอันนำมาสู่โรคอ้วนและโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ นั้น ไม่ได้คุกคามเฉพาะผู้ใหญ่วัยทำงานเท่านั้น แต่ปัจจุบันปัญหาโรคอ้วนยังลามไปถึงวัยนักเรียน ซึ่งถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้ปกครองควรใส่ใจ และหันกลับมาแก้ไขปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกหลานกันอย่างจริงจัง

    ในอดีตคนทั่วไปมักคิดว่าเลี้ยงลูกให้อ้วนทำให้ดูน่ารัก น่าเอ็นดู แต่ในทางการแพทย์ เด็กที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานถือว่ามีภาวะโรคอ้วน ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกประเมินว่า ทั่วโลกมีเด็กอ้วนที่อายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวนกว่า 22 ล้านคน ทำให้เด็กเหล่านี้กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่าง ๆ ส่วนประเทศไทยจากการสำรวจสถานการณ์ปัญหาโรคอ้วนในนักเรียนพบว่าเด็กไทยทุก ๆ 5 คนจะพบอย่างน้อย 1 คนที่เป็นโรคอ้วน ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่น่าตกใจอย่างมาก เนื่องจากโรคอ้วนเป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดโรคร้ายต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็งและโรคหัวใจ เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้นเด็กหญิงที่อ้วน จะเข้าสู่ภาวะวัยรุ่นเร็วกว่าปกติ ประจำเดือนจะมาเร็ว และกระดูกปิดเร็ว ทำให้สูงได้ไม่เต็มศักยภาพ จึงน่าเป็นห่วงว่าเด็กรุ่นใหม่จะเตี้ยลงเรื่อย ๆ

    นอกจากนี้ภาวะโรคอ้วนยังมีผลกระทบต่อการเรียนของเด็กอีกด้วย โดยพบว่าเด็กอ้วนส่วนมากมักมีปมด้อยจากรูปร่างของตัวเองและมักถูกเพื่อน ๆ ล้อ ทำให้ไม่อยากไปโรงเรียน เบื่อหน่ายการเรียนได้ ส่งผลให้เรียนไม่ดี ผู้ปกครองจึงต้องดูแลในเรื่องนี้เป็นสำคัญ เพื่อ ไม่ให้โรคอ้วนอันเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ปกครองมามีส่วนทำให้เด็ก ๆ เหล่านี้ต้องเสียอนาคต

    ข้อมูลจาก รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงชุติมา ศิริกุลชยานนท์ ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ และประธานโครงการเด็กไทยดูดีและมีพลานามัย มหา วิทยาลัยมหิดล ระบุว่า กล่าวถึงแนวทางการที่จะให้เด็กมีภาวะทางโภชนาการที่สมบูรณ์ ต้อง เตรียมตัวตั้งแต่ยังเล็ก อย่าเลี้ยงดูให้อ้วน พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีต่อลูกและส่งเสริมการกินที่ถูกต้องให้แก่ลูก หันกลับมารับประทานอาหารธรรมชาติที่ครบ 5 หมู่ ได้แก่ ข้าวกล้อง แทนข้าวขัดสี ธัญพืช ปลา สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง รับประทานผักและผลไม้มีเก็บไว้ในตู้เย็นเป็นประจำ แทนขนมที่ให้พลังงานสูง เช่น เค้ก ขนมกรุบกรอบ หรือมันฝรั่งทอด งดซื้อน้ำอัดลม น้ำหวานไว้ในตู้เย็น เด็กควรดื่มน้ำเปล่า และนมที่ดีคือนมจืดหรือนมไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ดเนื่องจากมีไขมันสูง หลีกเลี่ยงการกินอาหารหรือของว่าง (ขนมขบเคี้ยว) ขณะดูทีวี หรือรับประทานอาหารพร้อมกับดูทีวีจะทำให้ลืมความอิ่มไปและออกกำลังกายสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที

    นอกจากนี้ ควรแนะนำวิธีการเลือกซื้อขนม รวมถึงเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์อาหารธรรมชาติแปรรูปต่าง ๆ ให้เด็กรู้จักเลือกทานอาหารที่ดีมีประโยชน์อย่างมีหลักวิชาการด้วยตัวเอง ในปริมาณที่พอเหมาะต่อร่างกาย ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป โดยให้เด็กยึดหลัก 3 ป.ในการเลือกซื้อ (1) ป.-ปลอดภัย กินแล้วไม่มีโทษต่อร่างกาย ดูลักษณะทั่วไปสะอาด ไม่มีสีฉูดฉาด บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่มิดชิด ดูฉลากอาหาร เลขทะเบียน อย. วันผลิต วันหมดอายุ และส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ไม่มีวัตถุกันเสีย สารปนเปื้อนต่อสุขภาพ เช่น จุลินทรีย์ (2) ป.-ประโยชน์ ควรสอนให้เด็กรู้จักเปรียบเทียบ คุณค่าอาหารทางโภชนาการ และ (3) ป.-ประหยัด ควรสอนให้เด็กรู้จักคิดก่อนซื้อว่าสิ่งใดคุ้มค่าเงินที่จะจ่ายหรือไม่เปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับท่านผู้ปกครอง การเลือกผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพขึ้นกับดุลพินิจ คงต้องพิจารณาถึงความจำเป็นต้องใช้หรือไม่ ความปลอดภัย ประโยชน์ที่ได้รับ ความคุ้มค่า และอัตภาพของแต่ละบุคคล

    อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีการตระหนักถึงปัญหาภาวะโภชนา การเกินและโรคอ้วนในเด็ก มีการขับเคลื่อนทั้งภาครัฐ ร่วมกับภาคเอกชน และมีการคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคมากขึ้น โดยในส่วนของบริษัทผู้ผลิตอาหาร ได้มีการลดหวาน ลดไขมันอิ่มตัว ลดเกลือ ในผลิตภัณฑ์ และเพิ่มคุณค่าอาหารและนำประโยชน์ของอาหารธรรมชาติมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เอื้อต่อสุขภาพ เช่น ขนมกรุบกรอบจากเดิมมีเพียงแป้ง น้ำตาล ไขมัน มีการเพิ่มคุณค่าโดยเสริมโปรตีน ใยอาหารจากธัญพืช แต่เด็กไม่ควรบริโภคเกิน 1 ซองเล็กต่อวัน และในด้านอุตสาหกรรมมีการปรับลดเกลือในผลิตภัณฑ์อาหาร หรือน้ำตาลในเครื่องดื่มบางชนิดและเพิ่มคุณค่าเสริมโปรตีน ใยอาหารจากธัญพืช เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงแนะนำว่าผลไม้เป็นอาหารว่างที่ดีที่สุดกับสุขภาพเด็ก

    คุณค่าจากอาหารธรรมชาติช่วยลดปัญหาสุขภาพนี้ได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เรวดี จงสุวัฒน์ ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า อาหารธรรมชาติเป็นแหล่งอาหารที่มีประโยชน์สูงเหมาะสมกับทุกวัย แต่ต้องรู้จักเลือกกินให้เหมาะสม โดยเทรนด์ฮิตของอาหารธรรมชาติ ที่ได้รับความนิยมในลำดับต้น ๆ คือ กลุ่มธัญพืชต่าง ๆ โดยเฉพาะงาดำ ถั่วเหลือง ลูกเดือย จมูกข้าวสาลี และมอลต์ เป็นต้น เนื่องจากรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย และให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ทั้งคาร์โบไฮเดรต รวมถึงโปรตีนที่ช่วยในการเจริญเติบโต นอกจากนี้ยังเป็นแหล่ง วิตามินและเกลือ แร่ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูง ทั้งวิตามินเอ บี 1 บี 2 บี 12 แคล เซียม ธาตุเหล็ก โฟเลท และไอโอ ดีน อีกทั้งยังมีเส้นใยอาหารสูง ซึ่งเส้นใยอาหารที่มีอยู่ในธัญพืชนั้นเป็นชนิดพิเศษที่ละลายในน้ำได้ ทำหน้าที่เหมือนเจลที่คอยอุ้มน้ำไว้ ลำไส้จึงขับเคลื่อนได้ดี ช่วยลดปัญหาเรื่องท้องผูก

     
     
    อ้างอิงจากเว็บ http://www.healthcorners.com/new_read_article.php?category=generalhealth&id=3254
    อ้างอิงรูปประกอบจาก http://www.pr-network.in.th/main/images/stories/Chiromed/3.jpg
     
    บทความในหมวดเดียวกัน
    สุขภาพจิตคนไทย
    เบาหวานพุ่ง 3 ล้านคน เฉพาะคนกรุง 5 แสน อนาคตเด็กเสี่ยงเป็นเพิ่มขึ้น
    คนไทยอ้วนพุ่ง 7 เท่า โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิง
    คนไทยเป็นเบาหวาน 3 ล้านคน ชี้แนวโน้มเพิ่ม
    ปลัด สธ.เผยสถิติคนไทย 4 ล้านคน ร่ำรวยโรค
    สธ. เผย โรคมะเร็งคร่าชีวิตคนไทยมากเป็นอันดับ 1 ปีละกว่า 55,000 ราย
    สถิติโรคมะเร็งของประเทศไทย
     
    Share
    เปิดอ่าน 3883 ครั้ง 
     
     บทความที่เกี่ยวข้อง
    สุขภาพจิตคนไทย
    เบาหวานพุ่ง 3 ล้านคน เฉพาะคนกรุง 5 แสน อนาคตเด็กเสี่ยงเป็นเพิ่มขึ้น
    คนไทยอ้วนพุ่ง 7 เท่า โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิง
    คนไทยเป็นเบาหวาน 3 ล้านคน ชี้แนวโน้มเพิ่ม
    ปลัด สธ.เผยสถิติคนไทย 4 ล้านคน ร่ำรวยโรค
    สธ. เผย โรคมะเร็งคร่าชีวิตคนไทยมากเป็นอันดับ 1 ปีละกว่า 55,000 ราย
    สถิติโรคมะเร็งของประเทศไทย
    เด็กเป็นโรคอ้วนสูงขึ้นมาก
     
     บทความที่ถูกเปิดอ่านบ่อย
    โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
    โรคกระเพาะ
    น้ำสตรอเบอรี่ปั่น
    สุขภาพเล็บบอกโรคได้
    การอ่านผลตรวจเลือด
    กฎทองของการทำผมไปงานแต่งงาน
    การกระโดดเชือก
    ประโยชน์ของปลาทู
    ปฐมพยาบาลกรณีสำลักควันไฟ
    แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
    Home  |  Beauty  |  Exercise  |  Webboard  |  Contact
    Copyright © 2010 Healththai.com. All Rights reserve.