>> Main Menu <<

 
  • Home
  •  
  • Beauty
  •  
  • Exercise
  •  
  • Webboard
  •  
  • Contact
  • Slide 1
    Slide 2
    Slide 3
     

    หน้าร้อนเลี่ยงนำขวดพลาสติกมาใช้ซ้ำ เสี่ยงรับเชื้อแบคทีเรีย

     

     

      ขวดน้ำพลาสติก

      กรมอนามัย เตือนหน้าร้อนตุนน้ำเลี่ยงใช้ขวดพลาสติกซ้ำ เสี่ยงรับเชื้อแบคทีเรีย (กรมอนามัย)


                สธ. เตือนเลี่ยงนำขวดน้ำพลาสติกมาใช้ซ้ำในช่วงหน้าร้อนนี้ เสี่ยงอันตรายจากการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย แนะหากจำเป็นต้องใช้ต้องทำความสะอาดให้ถูกวิธี หมั่นสังเกตลักษณะของขวด หากมีรอยชำรุด รั่ว แตกร้าว บุบ ไม่ควรนำมาใช้  

                เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2557 ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประชาชนที่นำขวดพลาสติกเปล่าที่ผ่านการใช้งานแล้วมาใส่น้ำไว้สำหรับดื่มหรือใช้ในครัวเรือนนั้น บางครั้งไม่ได้ผ่านการทำความสะอาดที่ถูกวิธี โดยเฉพาะบริเวณปากขวดและฝาขวดที่เกิดจากการใช้ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ทำให้ขวดน้ำกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียที่มักพบมากในน้ำบรรจุขวดพลาสติกที่มีการเติมน้ำซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง

                ทั้งนี้ ผลจากการเก็บน้ำดื่มบรรจุขวดโดยกรมอนามัย เมื่อปี 2555 เพื่อตรวจสอบจำนวน 131 ตัวอย่าง พบมีการปนเปื้อนเชื้อโคลิฟอร์มแบคทีเรีย จำนวน 85 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 65 ประชาชนจึงควรให้ความสำคัญโดยเฉพาะสารเคมีที่เป็นอันตรายจากพลาสติก เพราะการขัดถูเพื่อล้างทำความสะอาดขวดน้ำ อาจทำให้เกิดรอยขูดขีดหรือการบุบชำรุดของขวดที่เกิดจากการนำมาใช้ซ้ำ หรือหากขวดน้ำตั้งอยู่ในบริเวณที่มีความร้อนหรือได้รับแสงแดดอาจทำให้สารเคมีจากขวดพลาสติกปนเปื้อนลงในน้ำที่อยู่ในขวดได้ 

                แต่ในกรณีที่จำเป็นต้องนำขวดพลาสติกเก่ามาใช้ก็ควรทำความสะอาดให้ทั่วถึงและต้องสังเกตลักษณะของขวด หากมีรอยชำรุด รั่ว แตกร้าว บุบ ก็ไม่ควรนำมาใช้ หรือหากเป็นขวดที่มีการปนเปื้อนดินก็ควรหลีกเลี่ยงในการนำมาใช้ซ้ำเช่นกัน  
                    
                ดร.นพ.พรเทพ กล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือความสะอาดปลอดภัยของน้ำดื่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารที่ขาดแคลนน้ำสะอาด ก่อนนำมาดื่มควรต้มให้เดือดอย่างน้อย 5 นาที เก็บในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิด ส่วนการนำน้ำจากแม้น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำผิวดินแหล่งอื่น ๆ มาใช้โดยตรง ควรปรับปรุงคุณภาพน้ำและฆ่าเชื้อโรคก่อน ด้วยการแกว่งสารส้มชนิดก้อนในน้ำและให้สังเกตตะกอนในน้ำ 

                หากเริ่มจับตัวให้นำสารส้มออกตั้งทิ้งไว้จนตกตะกอน แล้วนำเฉพาะน้ำใสมาฆ่าเชื้อโรคโดยใช้หยดทิพย์ อ.32 ของกรมอนามัย ซึ่งเป็นสารละลายคลอรีนชนิดเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์ ในอัตราส่วน 1 หยดต่อน้ำ 1 ลิตร หรือเติมผงปูนคลอรีนตามปริมาณที่กำหนด จากนั้นปล่อยให้มีระยะเวลาฆ่าเชื้อโรคอย่างน้อย 30 นาที ก่อนนำไปใช้ ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในน้ำ และไม่ก่อให้เกิดโรคที่เกิดจากน้ำเป็นสื่อตามมาได้

                "สำหรับการเลือกซื้อน้ำแข็งเพื่อดับร้อนนั้น ให้สังเกตลักษณะของน้ำแข็งจะต้องใส สะอาด บรรจุในซองพลาสติกหรือถุงพลาสติกที่ปิดผนึกเรียบร้อย มีเครื่องหมาย อย. รับรองอย่างถูกต้อง ซึ่งร้านอาหารหรือแผงลอยต้องเก็บน้ำแข็งในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิด ไม่เป็นสนิม และตั้งสูงจากพื้นอย่างน้อย 60 เซนติเมตร ห้ามน้ำอาหารหรือเครื่องดื่มมาแช่ในน้ำแข็งที่ใช้บริโภค เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคและสิ่งสกปรก" อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด


      ขอขอบคุณข้อมูลจาก
     
    บทความในหมวดเดียวกัน
    ทำความสะอาด แผลแห้ง-แผลเปียก อย่างถูกวิธี
    สารพัดประโยชน์ของเห็ดนานาชนิด
    เปลือกกล้วย กับสารพัดประโยชน์ในบ้าน
    ไขมัน, คอลเลสเตอรอล จัดการอย่างไรดี
    ลดคาร์โบไฮเดรต ลดสิวได้
    วิธีทำออยล์ล้างหน้าง่าย ๆ ด้วยตัวเอง
    สุขภาพดีไว้ก่อน ด้วยการเลือกอาหารตามช่วงอายุ
    ยุคของแพง กินอย่างไร ได้ประโยชน์และสุขภาพดี
     
    Share
    เปิดอ่าน 999 ครั้ง 
     
     บทความที่เกี่ยวข้อง
    หน้าร้อนเลี่ยงนำขวดพลาสติกมาใช้ซ้ำ เสี่ยงรับเชื้อแบคทีเรีย
    ทำความสะอาด แผลแห้ง-แผลเปียก อย่างถูกวิธี
    สารพัดประโยชน์ของเห็ดนานาชนิด
    เปลือกกล้วย กับสารพัดประโยชน์ในบ้าน
    ไขมัน, คอลเลสเตอรอล จัดการอย่างไรดี
    ลดคาร์โบไฮเดรต ลดสิวได้
    วิธีทำออยล์ล้างหน้าง่าย ๆ ด้วยตัวเอง
    สุขภาพดีไว้ก่อน ด้วยการเลือกอาหารตามช่วงอายุ
    ยุคของแพง กินอย่างไร ได้ประโยชน์และสุขภาพดี
    อาหารที่ช่วยลดความอยากอาหาร
     
     บทความที่ถูกเปิดอ่านบ่อย
    โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
    โรคกระเพาะ
    น้ำสตรอเบอรี่ปั่น
    สุขภาพเล็บบอกโรคได้
    การอ่านผลตรวจเลือด
    กฎทองของการทำผมไปงานแต่งงาน
    การกระโดดเชือก
    ประโยชน์ของปลาทู
    ปฐมพยาบาลกรณีสำลักควันไฟ
    แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
    Home  |  Beauty  |  Exercise  |  Webboard  |  Contact
    Copyright © 2010 Healththai.com. All Rights reserve.