>> Main Menu <<

 
  • Home
  •  
  • Beauty
  •  
  • Exercise
  •  
  • Webboard
  •  
  • Contact
  • Slide 1
    Slide 2
    Slide 3
     

    9 นิสัย ที่ทำให้อ้วน

    9 นิสัย ที่ทำให้อ้วน
     

     1. กินข้าวเร็ว
    การกินข้าวเร็วมาก แทบจะไม่เสียเวลาเคี้ยว หรือเคี้ยวไม่ละเอียด จะทำให้ไม่รู้สึกอิ่ม เสี่ยงที่จะทานมากเกินกว่าปริมาณที่ต้องการเพราะการกินข้าวเร็วกระเพาะยังไม่ทันรับรู้ถึงความรู้สึกอิ่ม จึงคิดว่ายังรับอาหารได้อีก ดังนั้นการทานแบบค่อยๆกินจะทำให้อิ่มเร็วขึ้น และได้ปริมาณอาหารที่เหมาะสมกับความหิว แถมยังได้รับรู้ถึงรสชาติอาหารได้ดีกว่าอีกด้วย


     2. ดูโทรทัศน์ไป กินไป

    เป็นสาเหตุใหญ่อีกสาเหตุนึงที่ทำให้อ้วน เวลาดูทีวี หรือดูหนัง ถ้าจะให้สนุกต้องโค๊กกับมันฝรั่งทอด หรือป๊อบคอร์น 1 ถังใหญ่ จึงจะได้ความสนุกสนานเพียบพร้อม เเต่คุณทราบหรือไม่ เจ้า 2 ตัวนี้ ต่างก็แคลอรี่สูงทั้งคู่เลย ปาเข้าไปไม่ต่ำกว่า 500-700 kcal นี่เฉพาะอาหารว่างนะแล้วที่กินเป็นอาหารหลักอีกหล่ะ ของพวกนี้ เรียกว่ากินแล้วเบรคแตก กินแล้วไม่ค่อยคำนึงเพราะกินไปเรื่อยๆหมดก็ไปเอามากินอีก ลองเปลี่ยนใหม่ได้ไหมว่า ดูทีวีดูหนังไปกินผลไม้ไปเป็นการเชียร์ดูทีวีเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริงเครื่องดื่มก็เปลี่ยนเป็นน้ำเปล่าจะดีที่สุด


     3. เสียดายของ

    หลายคนคิดว่าก็ได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก ว่ากินข้าวจะต้องกินให้หมดจานอย่าเหลือทิ้งไว้ สงสารชาวนาที่ปลูกข้าว เต็มไปด้วยความยากลำบากกว่าจะได้ข้าวมาเม็ดหนึ่งพอเรากิน แม้จะอิ่มแล้วแต่ก็ต้องกินให้หมด ข้อนี้ไม่เถียงว่าควรทำแต่สิ่งที่ควรทำมากกว่า คือการกะปริมาณอาหารให้เหมาะสม เมื่อเป็นคนขี้เสียดาย ก็ต้องตัดใจไม่ซื้อ หรือซื้อแต่พอกิน จะได้ทานไม่มากไป แถมประหยัดเงินอีกต่างหาก


     4. เครียดแล้วกิน

    อาการนี้เป็นมากในหลายคน บางคนทำไปโดยไม่รู้ตัว การระบายความเครียดด้วยการกินนั้นอาจส่งผลร้ายแรงถึงขนาดเป็นโรคทางจิต และทำให้เสพติดการบำบัดความเครียดด้วยการกิน ดังนั้นเมื่อเกิดความเครียดให้ลองหากิจกรรมอื่นๆทำ ออกไปเดินในสวน ออกกำลังกาย พูดคุยกับคนรอบข้าง หรือถ้าหาอยากทานมากจริงๆให้เลือกทานเป็นผัก ผลไม้แทนการทานอาหารที่มีพลังงานสูงๆจะดีกว่า


     5. ให้รางวัลโดยการกิน

    ถือว่าเป็นพฤติกรรม และเป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบันที่เวลาเราดีใจ หรือทำอะไรประสบความสำเร็จ ต้องมีการนัดฉลองกัน กินฉลองสอบได้ กินฉลองได้ลูกค้าใหม่ กินฉลองวันเกิด กินฉลองมันได้ทุกวัน ลองเปลี่ยนวิธีการให้รางวัลเป็นแบบของขวัญ ไปเที่ยว หรืออะไรก็ได้ ที่ไม่ต้องมาโยงกับการกิน เพราะการฉลองเหล่านี้จะเต็มไปด้วยอาหารกับเครื่องดื่มจำนวนมาก และตัวเราเองก็มักจะคิดว่านานๆทีไม่เป็นไร ทั้งที่เดือนทั้งเดือนอาจจะมีงานฉลองแบบเดียวกันที่คุณปฏิเสธไม่ได้อีกหลายงาน


     6. กินอาหารคาว ต้องตามด้วยของหวาน

    เชื่อว่านิสัยนี้กำลังกระจายในคนส่วนใหญ่ที่เมื่อทานอาหารคาวเสร็จจะต้องมีของหวานมาล้างปาก เพื่อให้ครบสูตรความฟิน หรือการไปทานตามร้านเค้ก ขนมหวานอินเทรนทั้งหลาย นานๆไปทีไม่เป็นไร หรือถ้าคุณดูแลสุขภาพร่างกายดีก็ไม่ว่า เเต่ถ้ากินแบบนี้มาอย่างต่อเนื่องหรือเป็นนิสัยการกินไปแล้วหล่ะก็ลองเปลี่ยนของหวานเป็นผลไม้ดีกว่า แอปเปิ้ล ฝรั่ง แตงโม หรือผลไม้ที่หวานน้อยๆกน่าจะเป็นทางแก้นิสัยนี้ได้


     7. ต้องเอาให้คุ้ม

    ในกระแสบุฟเฟ่สุดคุ้ม ที่ตอนนี้ราคาถูกกว่าร้านอาหารหลายร้าน แถมกินอิ่มกว่าคุ้มกว่า ก็เข้าสายเลือดคนไทยหลายคนไปแล้ว เรียกได้ว่าทานกันบ่อยทานกันคุ้มทานกันทุกสัปดาห์ แต่การทานบุฟเฟ่แต่ละครั้งคุณอาจได้รับพลังงานหลายพันเลยทีเดียว โดยเฉพาะถ้าคุณทานเอาคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย อิ่มพุงกาง อืดไปหลายชั่วโมง จงจำไว้ว่าสิ่งที่เหลือจากที่ร่างกายใช้ มันคือไขมัน นอกจากนี้การทานอาหารมากจนเกินไปจะทำให้กระเพาะและระบบย่อยอาหารทำงานหนักจนกินไป ทางที่ดีกินบุฟเฟ่ครั้งต่อไปทานเเค่พออิ่มและเลือกอาหารที่จะทาน อย่าไปเสียดายเงิน เพราะเงินที่เอามารักษาเมื่อคุณป่วยอาจมากกว่าราคาค่าบุฟเฟ่เสียอีก


     8. ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

    หลายครั้งที่เข้าโปรแกรมลดน้ำหนัก พอมันไม่ค่อยลด ก็ท้อใจ หันกลับไปกินมากเหมือนเดิมแถมยังยอมรับอย่างน่าสลดว่า ความอ้วนยังไงก็ต้องอยู่ติดตัวคู่กับเราไปทั้งชีวิตแน่ๆ ไปเชื่อยังงั้นสิ สู้ๆเข้าไป สู้เข้าไป มันลดได้สิ ยอมแพ้วันนี้ก็ต้องแพ้มันไปตลอดกาล แต่หากสู้เราก็ยังมีหวังเอาชนะได้


     
    9. ออกกำลังกายแล้วกินเยอะขึ้น
    นิสัยแบบนี้ ทำให้การลดน้ำหนักพังไปหลายรายแล้วออกกำลังกายหนัก และชะล่าใจกลับมาทานหนัก เพราะคิดว่าไม่เป็นไรเอาออกได้ เป็นความคิดที่ผิดมาก ถ้าหากต้องการลดน้ำนัก คุณจะต้องดูแลเรื่องอาหารการกินให้เหมาะสม เพื่อให้ได้พลังงานที่เหมาะสม และทำให้การลดน้ำหนักประสบความสำเร็จเร็วขึ้น ถ้าออกกำลังกายแล้วทานพลังงานที่รับรับอาจมาก หรือเท่ากับปริมาณการออกกำลังกาย ทำให้ดูเหมือนไม่มีความก้าวหน้า และ ทำให้ท้อใจและเลิกไปในที่สุด

    ลองดูว่ามีข้อไหนที่เป็นจุดอ่อนของตัวเอง แล้วนำมาปรับแก้ไขให้ตรงจุดนั้นก่อน เพราะไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำถ้าหากมีความตั้งใจ

     
    บทความในหมวดเดียวกัน
    จัดการกับแผลฟกช้ำอย่างไร ให้ถูกวิธี
    ปัสสาวะบอกโรค ลองสังเกตดูสิ
    6 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับสุขภาพในหน้าหนาว
    เมื่อผดผื่นเล็กๆถามหา!
    นั่งเก้าอี้อย่างไรไม่ปวดหลัง
    6 วิธีการหลีกเลี่ยงความง่วง ขณะอ่านหนังสือ
    อาหารต้านภัยจากคอม
    15 นาทีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
     
    Share
    เปิดอ่าน 1087 ครั้ง 
     
     บทความที่เกี่ยวข้อง
    จัดการกับแผลฟกช้ำอย่างไร ให้ถูกวิธี
    ปัสสาวะบอกโรค ลองสังเกตดูสิ
    6 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับสุขภาพในหน้าหนาว
    เมื่อผดผื่นเล็กๆถามหา!
    นั่งเก้าอี้อย่างไรไม่ปวดหลัง
    6 วิธีการหลีกเลี่ยงความง่วง ขณะอ่านหนังสือ
    อาหารต้านภัยจากคอม
    9 นิสัย ที่ทำให้อ้วน
    15 นาทีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
    3 เทคนิคเบื้องต้น สังเกตตัวเองเรื่อง ‘สายตาเอียง’
     
     บทความที่ถูกเปิดอ่านบ่อย
    โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
    โรคกระเพาะ
    สุขภาพเล็บบอกโรคได้
    กฎทองของการทำผมไปงานแต่งงาน
    น้ำสตรอเบอรี่ปั่น
    การอ่านผลตรวจเลือด
    การกระโดดเชือก
    ประโยชน์ของปลาทู
    แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
    ปัญหาเด็กติดเกมส์
    Home  |  Beauty  |  Exercise  |  Webboard  |  Contact
    Copyright © 2010 Healththai.com. All Rights reserve.