>> Main Menu <<

 
  • Home
  •  
  • Beauty
  •  
  • Exercise
  •  
  • Webboard
  •  
  • Contact
  • Slide 1
    Slide 2
    Slide 3
     

    ฉีดกลูต้า ขาวโอโม่ ได้ผลดีจริงหรือ?

    ฉีดกลูต้า ขาวโอโม่ ได้ผลดีจริงหรือ?
     

     เพราะชายไทยส่วนใหญ่ ชอบผู้หญิงขาว ทำให้สาวไทยส่วนใหญ่ อยากขาวกันทั้งนั้น 

    ปัจจุบันนี้ก็มีสารพัดวิธีที่จะทำให้ขาว ไม่ว่าจะเป็นยิงเลเซอร์ ขัดผิว นวดหน้า ทำสปา โดยเฉพาะการฉีดกลูต้าไทโอน เมื่อนิยมกันอย่างนี้ รู้หรือไม่ว่าปลอดภัยหรืออันตราย? สูตรเคมีของกลูต้าไทโอน ประกอบด้วยกรดอะมิโนโปรตีนอยู่ 3 ตัว คือ กลูตาเมท ไกลซีน และซีทตาอีน ซึ่งเป็นโปรตีนที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย เพื่อให้การทำงานของร่างกายราบรื่น

    หน้าที่หลักสำคัญของกลูต้าไทโอน ประกอบด้วย 1.Detoxification ขับพิษร่างกายเรามีการเผาผลาญอาหารและสารต่างๆ มากมาย ดังนั้นหลังจากเผาผลาญเสร็จ จะมีของเสียเกิดขึ้น กลูต้านี่เอง จะช่วยขับสารพิษ และยังช่วยเอ็มไซม์อื่นๆ ในการขจัดโลหะหนักที่ไม่ละลายน้ำ ให้ละลายน้ำได้ เพื่อง่ายต่อการขับพิษด้วย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับจากการถูกทำลายโดยเหล้า บุหรี่ ยาที่เกินขนาดด้วย

    2.Antioxidant ต้านอนูมูลอิสระ ลดการเสื่อมสลายของเซลล์ ช่วยชลอวัย ต้านการแก่ และ 3.Immune Enhancer เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย ให้ต่อต้านสิ่งแปลกปลอม และซ่อมแซมเซลล์ DNA ต่างๆ

    หากเทียบกับวิตามินซีและอี ที่มีสรรพคุณเดียวกัน กลูต้าไทโอนถูกยกให้เป็นสารที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า 

    superantioxidant แต่เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ร่างกายจะลดการสร้าง กลูต้าไทโอนลง ส่งผลให้เซลล์และอวัยวะต่างๆ เสื่อมไปด้วย ทว่าก็ยังสามารถหากลูต้าไทโอนได้จากอาหาร พวกนม ไข่ อะโวคาโด สตรอเบอร์รี มะเขือเทศ บรอคโคลี ส้มพันธุ์เกรปฟรุต ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง อบเชย ปลา และเนื้อแดงของทั้งหมูและเนื้อวัว

    สำหรับการค้นพบว่ากลูต้าไทโอนทำให้ขาวนั้น เป็นเรื่องบังเอิญ เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา แพทย์ใช้ประโยชน์จากกลูต้าไทโอนมาทำเป็นยารักษาโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคพาร์กินสัน โรคตับ โรคไต โรคเอดส์ ข้ออักเสบ หมันในเพศชาย และอาการหูตึงจากเสียงดัง แต่การรักษาโรคดังกล่าว ทำให้เกิดปฏิกริยาข้างเคียงเด่นๆ ที่แพทย์สังเกตได้คือ ผิวคนไข้ขาวขึ้น เพราะกลูต้าไทโอนช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของเม็ดสีดำ ถ้าเอ็มไซม์ตัวนี้ถูกยับยั้ง ไม่ทำงาน จะทำให้ผิวขาวขึ้น

    หลังจากแพทย์ทราบว่ากลูต้าไทโอนทำให้ผิวขาว ก็มีสถาบันเสริมความงามหลายแห่ง เริ่มนำกลูต้า มาใช้ตอบสนองความต้องการลูกค้า โดยการใช้กลูต้าไทโอน มาเล่นเป็นจุดเด่นขายความขาว ทั้งฉีดและกิน แต่คำถามที่ตามมา คือ การใช้กลูต้าไทโอนให้ผิวขาวมีปลอดภัยแค่ไหนในคนปกติที่ไม่ได้เป็นโรค?

    จากการค้นคว้าหาคำตอบของหมอ พบงานวิจัยทั้งในไทยและต่างประเทศกล่าวถึงเรื่องดังกล่าวไว้ ซึ่งสรุปใจความมาได้ว่ากลูต้าไทโอนแบบฉีด ถ้าได้รับปริมาณมากเกินไป จะมีอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งยาตัวนี้ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนในไทย และพบว่า ข้อมูลที่ขึ้นทะเบียนกลูต้าไทโอนที่ประเทศอิตาลีนั้น มีไว้รักษาโรคมะเร็งเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์สำหรับคนอยากขาว

    ส่วนกลูต้าไทโอนแบบกินนั้น ไม่อันตราย แต่ถูกทำลายด้วยน้ำกรดในกระเพาะอาหารโดยง่าย ฉะนั้นกินแล้ว ก็อาจเสียเงินฟรี ไม่รู้จะได้ผลหรือไม่ ถ้าอยากขาวหันมากินวิตามินบำรุงผิว พวก A,C,E, grape seed และทา sun block กันดีกว่า 

     
    บทความในหมวดเดียวกัน
    20 วิธีทำให้ผิวขาว หน้าใส เนียนกิ๊ง!
    มัดรวบหลวมๆ ทรงผมเซอร์สำหรับสาวขี้ร้อน
    การเลือกเสื้อผ้าสําหรับสาวอวบ
    สูตรเพิ่มความสวย
    เทคนิคการปรับแต่งรูปทรงคิ้ว ที่ทำให้หน้าดูเด็กลง
    วิธีแต่งหน้าสําหรับคนหน้ากลม เพื่อใบหน้าเรียวสวยมั่นใจขึ้น
    ฝังเข็ม... หน้าใสได้จริงหรือ ?
    สูตรพอกหน้าผัก ผลไม้สีแดงต้านสิว
     
    Share
    เปิดอ่าน 1739 ครั้ง 
     
     บทความที่เกี่ยวข้อง
    20 วิธีทำให้ผิวขาว หน้าใส เนียนกิ๊ง!
    มัดรวบหลวมๆ ทรงผมเซอร์สำหรับสาวขี้ร้อน
    การเลือกเสื้อผ้าสําหรับสาวอวบ
    ฉีดกลูต้า ขาวโอโม่ ได้ผลดีจริงหรือ?
    สูตรเพิ่มความสวย
    เทคนิคการปรับแต่งรูปทรงคิ้ว ที่ทำให้หน้าดูเด็กลง
    วิธีแต่งหน้าสําหรับคนหน้ากลม เพื่อใบหน้าเรียวสวยมั่นใจขึ้น
    ฝังเข็ม... หน้าใสได้จริงหรือ ?
    สูตรพอกหน้าผัก ผลไม้สีแดงต้านสิว
    เทคนิคการแต่งหน้าให้ติดทนนาน สวยได้ตลอดวัน
     
     บทความที่ถูกเปิดอ่านบ่อย
    โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
    โรคกระเพาะ
    สุขภาพเล็บบอกโรคได้
    กฎทองของการทำผมไปงานแต่งงาน
    น้ำสตรอเบอรี่ปั่น
    การอ่านผลตรวจเลือด
    การกระโดดเชือก
    ประโยชน์ของปลาทู
    แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
    ปัญหาเด็กติดเกมส์
    Home  |  Beauty  |  Exercise  |  Webboard  |  Contact
    Copyright © 2010 Healththai.com. All Rights reserve.