>> Main Menu <<

 
  • Home
  •  
  • Beauty
  •  
  • Exercise
  •  
  • Webboard
  •  
  • Contact
  • Slide 1
    Slide 2
    Slide 3
     

    ปลัด สธ.เผยสถิติคนไทย 4 ล้านคน ร่ำรวยโรค

    ปลัด สธ.เผยสถิติคนไทย 4 ล้านคน ร่ำรวยโรค
     

    ปลัดกระทรวงสาธารณสุขชวนประชาชนหันมาออกกำลังกาย กินอาหารรสไม่จัด ลดอาหารเค็ม ไขมันสูงและของหวานเพิ่มการกินผักผลไม้ให้ได้วันละไม่ต่ำกว่า 400กรัมหรือ 4ขีดตามมาตรฐานโลก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดการเกิดโรคเรื้อรังเผยผลการตรวจสุขภาพในปี 2553 มีคนไทยป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง 4 ล้านคน เป็นทั้ง 2 โรคในคนเดียวกว่า 6 แสนคน เสี่ยงจะป่วยเพิ่มอีก 4 ล้านคน

    ปลัดกระทรวงสาธารณสุขชวนประชาชนหันมาออกกำลังกาย กินอาหารรสไม่จัด ลดอาหารเค็ม ไขมันสูงและของหวานเพิ่มการกินผักผลไม้ให้ได้วันละไม่ต่ำกว่า 400กรัมหรือ 4ขีดตามมาตรฐานโลก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดการเกิดโรคเรื้อรังเผยผลการตรวจสุขภาพในปี 2553 มีคนไทยป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง 4 ล้านคน เป็นทั้ง 2 โรคในคนเดียวกว่า 6 แสนคน เสี่ยงจะป่วยเพิ่มอีก 4 ล้านคน

    เช้าวันนี้(29 สิงหาคม 2553)ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานแข่งขัน เดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระสังฆราช 96 พระชันษา โดยมีพลเอกจรัล กุลละวณิชย์ เป็นประธานอำนวยการจัดงานเดิน-วิ่ง เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระพระสังฆราชสกลมหาปรินายก ในโอกาสมงคล 96 พระชันษา เพื่อหารายได้สมทบการสร้างหอพระประวัติ ที่วัดเทวสังฆาราม ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรีและศูนย์การเรียนรู้ด้านมรดกทางวัฒนธรรมภาคใต้ ต.ไทยบุรี อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

    นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสมเพิ่มขึ้น อย่างน่าตกใจ ทั้งโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ต้นเหตุสำคัญมาจาก 2เรื่องใหญ่ ได้แก่ กินอาหารไม่เหมาะสม และขาดการออกกำลังกายจากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยที่ไปรับการตรวจรักษาที่ โรงพยาบาลทั่วประเทศ ในปี 2550 ที่มีจำนวน 9ล้านคนพบว่า เป็นผู้ที่ไม่ออกกำลังกายมากถึง 6ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 67 ขณะเดียวกันยังพบอีกว่าคนที่ขยันออกกำลังกายติดต่อกันมากกว่า 3เดือน จะมีอัตราป่วยเพียงร้อยละ 17ส่วนคนที่ออกกำลังกายติดต่อกันน้อยกว่า 1เดือน จะมีอัตราป่วยสูงกว่าคือร้อยละ 24โดยในภาพรวมพบว่าคนไทยอายุ 11ปีขึ้นไปซึ่งมี 55ล้านคนเป็นผู้ไม่ออกกำลังกายมากถึง 39ล้านคน

    ส่วนเรื่องการรับประทานอาหาร สำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2552ได้สำรวจพฤติกรรมเสี่ยงสุขภาพคนไทยอายุ 6ปีขึ้นไป พบว่า ร้อยละ 90กินอาหารที่มีไขมัน กว่าครึ่งกินขนมกรุบกรอบโดยพบมากที่สุดในกลุ่มเด็กอายุ 6-14ปี อีกร้อยละ 14กินอาหารฟาสต์ฟูดส์ และร้อยละ 31ดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน พบมากในวัยทำงานอายุ 25-59ปี

    นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสุขภาพค้นหาโรคเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรมดังกล่าว ในปี 2553พบคนไทยอายุ 35ปีขึ้นไป ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ไม่ใช่เกิดจากกรรมพันธุ์ และความดันโลหิตสูงรวมกว่า 4ล้านคนและมีน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตสูงผิดปกติ เสี่ยงจะป่วยเพิ่มอีก 4ล้านคน และมีคนไทยที่เป็นทั้งโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง 635,850คน การร่ำรวยโรค จะทำให้อายุขัยคนไทยสั้นขึ้น เพราะต้องเสียชีวิตไปก่อนถึงวัยอันควร

    ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวกระทรวงสาธารณสุข จะเร่งรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชน โดยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและอสม.เป็นทัพหน้าเดินเครื่องในเรื่อง นี้อย่างจริงจังให้ทุกตำบลจัดแผนพัฒนาสุขภาพ กิจกรรมที่จะต้องปลูกฝังให้เกิดเป็นนิสัยก็คือ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30นาที สัปดาห์ละ 3วัน กินอาหารรสไม่จัด ลดอาหารเค็ม ไขมันสูง เช่นกล้วยทอด และลดอาหารรสหวาน เพิ่มการกินผักผลไม้ที่รสไม่หวานมากเช่นมะละกอ ฝรั่ง รวมกันให้ได้วันละไม่ต่ำกว่า 400กรัมหรือ 4ขีดตามมาตรฐานโลก ซึ่งในผักผลไม้จะมีกากใยตามธรรมชาติ นอกจากช่วยให้ระบบการขับถ่ายในร่างกายดีขึ้นแล้ว กากใยดังกล่าวยังช่วยดูดซับไขมันในระบบย่อยอาหารขับถ่ายมาพร้อมอุจจาระด้วย รวมทั้งไม่สูบบุหรี่ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย เนื่องจากทั้ง 2 สิ่งนี้เป็นตัวเร่งทำลายสุขภาพ

    “เรื่องที่น่าห่วงขณะนี้ พบว่า มีคนไทยบางกลุ่ม โดยเฉพาะวัยรุ่น สุภาพสตรี มักนิยมซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดมีกากใย มากินเพื่อลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยขับถ่ายดีขึ้น ซึ่งการกินกากใยแคปซูลนี้ ไม่ส่งผลดีในระยะยาว และอาจมีโอกาสอ้วนหรือมีไขมันสะสมในหลอดเลือดได้ เนื่องจากไม่มีการออกกำลังกายเผาผลาญไขมันที่กินเข้าไปในแต่ละวัน” นายแพทย์ไพจิตร์กล่าว

    นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวในตอนท้ายว่า หากประชาชนไทยไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในอนาคตคนไทยจะเผชิญปัญหา โรคอ้วนและโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูงโรคหัวใจ มะเร็ง โรคเหล่านี้ไม่มีวัคซีนป้องกันเหมือนโรคติดเชื้อและไม่มียารักษาให้หายขาดมี แต่ยาควบคุมอาการ ทุกคนต้องลงทุนเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตัวเองจึงจะได้ผล ดังนั้นการจัดการแข่งขันเดิน – วิ่ง ในวันนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของจุดเริ่มต้นรณรงค์ให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย


    ที่มา:http://www.thaigov.go.th/index.aspx
     
    บทความในหมวดเดียวกัน
    สุขภาพจิตคนไทย
    เบาหวานพุ่ง 3 ล้านคน เฉพาะคนกรุง 5 แสน อนาคตเด็กเสี่ยงเป็นเพิ่มขึ้น
    คนไทยอ้วนพุ่ง 7 เท่า โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิง
    คนไทยเป็นเบาหวาน 3 ล้านคน ชี้แนวโน้มเพิ่ม
    สธ. เผย โรคมะเร็งคร่าชีวิตคนไทยมากเป็นอันดับ 1 ปีละกว่า 55,000 ราย
    สถิติโรคมะเร็งของประเทศไทย
    เด็กเป็นโรคอ้วนสูงขึ้นมาก
     
    Share
    เปิดอ่าน 4678 ครั้ง 
     
     บทความที่เกี่ยวข้อง
    สุขภาพจิตคนไทย
    เบาหวานพุ่ง 3 ล้านคน เฉพาะคนกรุง 5 แสน อนาคตเด็กเสี่ยงเป็นเพิ่มขึ้น
    คนไทยอ้วนพุ่ง 7 เท่า โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิง
    คนไทยเป็นเบาหวาน 3 ล้านคน ชี้แนวโน้มเพิ่ม
    ปลัด สธ.เผยสถิติคนไทย 4 ล้านคน ร่ำรวยโรค
    สธ. เผย โรคมะเร็งคร่าชีวิตคนไทยมากเป็นอันดับ 1 ปีละกว่า 55,000 ราย
    สถิติโรคมะเร็งของประเทศไทย
    เด็กเป็นโรคอ้วนสูงขึ้นมาก
     
     บทความที่ถูกเปิดอ่านบ่อย
    โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
    โรคกระเพาะ
    น้ำสตรอเบอรี่ปั่น
    สุขภาพเล็บบอกโรคได้
    กฎทองของการทำผมไปงานแต่งงาน
    การอ่านผลตรวจเลือด
    การกระโดดเชือก
    ประโยชน์ของปลาทู
    ปฐมพยาบาลกรณีสำลักควันไฟ
    แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
    Home  |  Beauty  |  Exercise  |  Webboard  |  Contact
    Copyright © 2010 Healththai.com. All Rights reserve.