>> Main Menu <<

 
  • Home
  •  
  • Beauty
  •  
  • Exercise
  •  
  • Webboard
  •  
  • Contact
  • Slide 1
    Slide 2
    Slide 3
     

    4 โรคยอดฮิตของผู้หญิง จะเลือกป้องกันหรือรักษา

    4 โรคยอดฮิตของผู้หญิง จะเลือกป้องกันหรือรักษา
     

      คงไม่มีใครอยากให้โรคภัยไข้เจ็บมาเยือน แต่บางโรคยากเกินกว่าจะทันรู้ตัว แต่ไม่ยากเกินไปที่จะทำความเข้าใจมัน โดยเฉพาะโรคร้ายที่ผู้หญิงมีสัดส่วนของการเกิดโรคได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็น มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งปากมดลูก และออฟฟิศซินโดรม ถึงแม้นวัตกรรมการรักษาในปัจจุบันจะพัฒนาไปไกล แต่ก็ยังมีผู้หญิงทั่วโลกต้องเสียชีวิตจากโรคร้ายดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการไม่รู้และอายที่จะไปตรวจ รวมถึงการใช้ชีวิตในทุก ๆ วันให้เสี่ยงต่อการเกิดโรค

              มาดูกันว่า 4 เพชฌฆาตเงียบที่ว่า มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง และตอนนี้มีนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ สำหรับการป้องกันก่อนเกิดโรค และ WP ยังได้รับเกียรติจากผู้หญิงที่เคยผ่านความเจ็บปวดจากโรคดังกล่าว พร้อมข้อคิดดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ทันว่าจะหันมาดูแลป้องกัน หรือจะรอเวลารักษา
     

    มะเร็งเต้านม


     1. มะเร็งเต้านม

              แม้จะผ่านเดือนแห่งการรณรงค์ป้องกันโรคมะเร็งเต้านมไปแล้วก็ตาม แต่ความเป็นจริง โรคร้ายชนิดนี้ก็ไม่ได้เลยผ่านหายไปกับกาลเวลา กลับมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น จนแซงมะเร็งปากมดลูกเป็นที่เรียบร้อย และจากการสำรวจอายุของผู้หญิงไทยที่เป็นมะเร็งเต้านมก็เริ่มมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ จากที่เมื่อก่อนกลุ่มเสี่ยงคือวัย 40 ปีขึ้นไป แต่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็เข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงได้ทั้งนั้น จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมวงการแพทย์ทั่วโลกถึงให้ความสำคัญตอการพัฒนานวัตกรรมการรักษา รวมไปถึงการคัดกรองผู้ป่วยที่ทำได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ก็เพื่อที่จะได้รักษาได้ทันท่วงที 

              แล้วนวัตกรรมการคัดกรองที่ว่าคืออะไรและให้ผลแม่นยำแค่ไหน ไปหาคำตอบจาก รศ.นพ.วิชัย วาสนาสิริ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และฉบับนี้เรายังได้รับเกียรติ จากคุณไอรีล ไตรสารศรี ผู้ก่อตั้งโครงการ Art for Cancer และเคยเป็นผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ยืนหยัดเพื่อตัวเองและคนอื่น ๆ เธอจะมาบอกเล่าถึงสิ่งดี ๆ ที่เธอทำ

              รศ.นพ.วิชัย วาสนาสิริ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มาให้ความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม และนวัตกรรมของเครื่องมือแพทย์ไว้อย่างน่าสนใจว่า "ตอนนี้ผู้หญิงไทยเป็นมะเร็งเต้านมมากเป็นอันดับ 1 แซงมะเร็งปากมดลูก ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการใช้ชีวิตแบบตะวันตกมากเกินไป ถึงแม้จะเป็นโรคร้ายก็จริง แต่เราไม่ควรกลัวจนเกินไป อย่าทำชีวิตให้ยุ่งยากถึงขั้นไม่รับประทานอะไรเลย แค่รู้จักกิน รู้จักอยู่ และหมั่นตรวจเต้านมของคุณอย่างสม่ำเสมอ หากสงสัยพบหมอทันที อย่าอายหมอ ยิ่งพบเร็วยิ่งรักษาเร็วก็มีโอกาสหายขาด"

              ปัจจุบันเรามีนวัตกรรมที่ช่วยวินิจฉัยเต้านมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีกขั้น สามารถช่วยคัดกรองและตรวจพบสิ่งผิดปกติในระยะแรก เรียกว่าการตรวจแบบ Mammogram โดยจะใช้วิธียิงลำแสงเอกซเรย์จากด้านหนึ่ง ทะลุเต้านมไปตกบนแผ่นรับรังสีที่อยู่อีกด้าน แล้วนำรังสีที่ตกบนแผ่นรับไปสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์เรียกว่า Digital Mammogram เป็นการตรวจคัดกรองที่สามารถค้นหาก้อนเนื้อ หรือมะเร็งที่มีขนาดเล็กมาก จึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมระยะแรก ที่ได้เป็นมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ

              แต่ก็ยังมีจุดอ่อนกับผู้หญิงเอเชียและผู้หญิงไทยจะมีเต้านมแบบ Dense คือ เต้านมขาว อาจมีสิ่งผิดปกติซ่อนอยู่ทำให้การตรวจยากขึ้น ทำให้เกิดนวัตกรรมล่าสุด Digital Breast Tomosynthesis ซึ่งเป็นการตรวจด้วยระบบ 3 มิติ ในการตรวจ แพทย์จะได้ภาพออกมาทั้งหมด 200 ภาพ ทำให้มองเห็นเนื้อเต้านมที่เกยซ้อนกันอยู่ได้อย่างชัดเจน และละเอียดมากขึ้น แม้ว่าเต้านมจะมีความแน่นและหนาทึบ รวมทั้งผู้ป่วยที่ผ่าตัดเสริมเต้านม แนะนำว่า ควรใช้การอัลตราซาวด์เต้านมควบคู่ไปด้วย เพราะการใช้ลำแสงเอกซเรย์อย่างเดียว หากเต้านมหนาแน่นมาก อาจบดบังการทะลุผ่านของรังสี แต่การอัลตราซาวด์ แม้เนื้อเต้านมจะแน่น ก็ยังสามารถสร้างภาพจากเสียงสะท้อนได้อยู่ จึงทำให้ได้ผลที่ชัดเจนและแม่นยำมากขึ้น

     ไอรีล ไตรสารศรี ผู้ก่อตั้งโครงการ Art for Cancer และ 1 ใน 9 พรีเซนเตอร์โครงการ Beauty and the Breast

              "โครงการ Art for Cancer เกิดขึ้นจากที่ตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม ตอนที่รู้อายุยังน้อย กะทันหันมาก ตอนนั้นกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็ตกใจ แต่ก็ต้องตั้งสติ เพราะมันเป็นเรื่องจริงที่เราต้องเผชิญหน้า เราควรจะอยู่กับปัจจุบัน และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ฟูมฟายไป เศร้าไปมันก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนั้นก็พยายามไม่คิดอะไร หันมาดูแลสุขภาพ พยายามหาข้อมูล คุยกับคุณหมอหลาย ๆ ท่าน และก็เลือกวิธีที่ดีที่สุดสำหรับเราในการรักษา เราได้กำลังใจจากคนในครอบครัวด้วย กำลังใจอีกส่วนหนึ่งก็ต้องสร้างจากตัวเองด้วย การเป็นโรคมันก็เป็นเรื่องปกติของคนที่มันต้องเจออยู่แล้ว เราแค่ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน

              เวลานั้นเราเข้าใจความรู้สึกของคนที่เป็นโรคนี้ว่า รู้สึกยังไง แล้วก็ต้องเข้าใจว่าคนที่ต้องเผชิญต้องอาศัยกำลังใจและความเข้มแข็งแค่ไหน เราเองก็อยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มีประโยชน์ และจะดีมากถ้ามันจะมีประโยชน์กับผู้อื่นด้วย 

              โครงการ Art for Cancer จึงเริ่มขึ้น เราทำผ่านเพจบนเฟซบุ๊ก จุดประสงค์คือเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากไร้ สิ่งที่กระทบใจเรามากที่สุดคือ คนที่เขาป่วยถ้าเขาไม่มีเงินรักษาเขาคงจะทุกข์มาก โครงการนี้จึงรวบรวมผลงานจากศิลปินที่ส่งผลงานเข้ามา หรือว่าบุคคลทั่วไปนำมาถ่ายรูปลงแฟนเพจในเฟซบุ๊ก แล้วก็ประกาศขายให้แก่ผู้ที่สนใจมาร่วมทำบุญ รายได้ก็นำมาช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากไร้ จะแบ่งให้ 3 มูลนิธิ ปีหนึ่งจะบริจาค 4 ครั้ง แต่ละไตรมาสเราก็จะหาร 3 ให้กับศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิรามาธิบดี และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยระบุว่าให้นำเงินส่วนนี้ไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากไร้

              ล่าสุดในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นเดือนแห่งมะเร็งเต้านมเราก็จะมีเสื้อการกุศลของโครงการออกมา ให้ช่วยกันใส่เพื่อให้ผู้หญิงหันมาใส่ใจและไปตรวจกัน ให้เฝ้าระวังไม่ประมาท

              "เราอยากส่งพลังใจ กำลังใจ อยากให้เข้มแข็ง อยากให้คิดว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่เจออยู่ไม่ใช่คุณคนเดียว อยากให้มองว่า การที่เราทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา นั่นเป็นโอกาสที่จะให้เราหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ไม่อยากให้คิดมาก ตัวเราผ่านมาได้แล้วและมีอีกหลายคนที่หายแล้ว ทุกคนก็ต้องผ่านมันให้ได้เช่นกัน"

    มะเร็งปากมดลูก


     2.มะเร็งปากมดลูก

              ถึงแม้ว่ามะเร็งปากมดลูกจะเป็นโรคที่ป้องกันและรักษาให้หายได้ แต่ในแต่ละวันก็ยังมีอัตราการเสียชีวิตของมะเร็งปากมดลูกสูงถึง 7 คนต่อวัน ส่วนมากผู้ป่วยที่เสียชีวิตเนื่องจากไม่ได้รับการรักษาแต่เนิ่น ๆ เพราะอายที่จะมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อมะเร็ง กว่าจะรู้ก็อยู่ในระยะลุกลามแล้ว 

              โดยทั่วไปความเสี่ยงของการติดเชื้อ HPV เกิดขึ้นง่ายอยู่แล้ว เพราะเป็นเชื้อที่ทนต่อความร้อนและความแห้งได้ดี สามารถเกาะติดตามผิวหนัง อวัยวะเพศ หรือแม้แต่กระจายอยู่รอบตัวในรูปของฝุ่นละออง ซึ่งผู้หญิงทุกคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์ย่อมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แต่การติดเชื้อดังกล่าวก็หายเองได้ด้วยภูมิต้านทานของร่างกาย มีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่สร้างความผิดปกติให้กับเยื่อบุปากมดลูก และทำให้กลายเป็นมะเร็งในเวลาต่อมา 

              ปัจจุบัน มีวัคซีนที่ฉีดเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก แต่ก็มีระดับการป้องกันที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่มาฉีดเคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนหรือไม่ รวมถึงอายุของผู้ฉีดด้วย

    สุขภาพ


     3.มะเร็งรังไข่

              ถูกขนานนามว่าเป็น เพชฌฆาตเงียบที่คร่าชีวิตผู้หญิงไปแบบไม่ทันรู้ตัว ด้วยความที่รังไข่เป็นอวัยวะที่อยู่ในอุ้งเชิงกราน ไม่เหมือนเต้านม หรือปากมดลูกที่ยังแสดงอาการออกมา แต่มะเร็งรังไข่มักถูกพบในระยะที่เป็นมากแล้ว และปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นมะเร็งรังไข่ยังคล้ายกับการเกิดมะเร็งเต้านม คือ พบให้ผู้หญิงอายุมากที่ยังไม่มีบุตร มีไลฟ์สไตล์แบบตะวันตก บริโภคอาหารไขมันสูง และกรรมพันธุ์

     Did You Know?

              มีงานวิจัยโดยทีมจากประเทศอังกฤษพบว่า การรับประทานยาคุมกำเนิดมีผลต่อผู้หญิง ช่วยไม่ให้เป็นมะเร็งรังไข่นาน 30 ปี หรือนานกว่านั้น แม้เลิกใช้ยาแล้วก็ตาม
     

    ออฟฟิศซินโดรม


     4.ออฟฟิศซินโดรม

              โรคยอดฮิตของหนุ่มสาวออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือนั่งในท่าเดิมนาน ๆ จนส่งผลต่อร่างกายโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาการปวดโดยทั่วปจะเกิดขึ้นจากสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ กระดูกและข้อ เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ ซึ่งทำงานประสานกันอยู่ 

              โดยอาการปวดที่เกิดจากกระดูกและข้อ เวลาขยับจะมีเสียงกร็อบแกร็บ หรือเจ็บเสียวแปลบ ๆ หากอาการปวดเกิดที่เส้นประสาทจะพบว่า กล้ามเนื้อไม่ค่อยมีแรง ชา กล้ามเนื้อกระตุก ส่วนอาการที่เกิดจากกล้ามเนื้อ อาทิ อ่อนล้า เพลีย ตึง ปวดไปที่ขมับ กล้ามเนื้ออักเสบ พังผืดสั่งสมบริเวณกล้ามเนื้อ รวมไปถึงอาการปวดกล้ามเนื้อต้นคอ ร้าวไปบริเวณขมับ 

               หลายคนพอทราบว่าอาการเหล่านี้ คือ ออฟฟิศซินโดรม ก็รักษาจนคิดว่าหาย แต่จริง ๆ แล้ว การไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าหายจากอาการปวดถาวร ซึ่งหากจะให้หายปวดถาวรต้องแก้กันที่ต้นเหตุ ให้สภาพกระดูกและข้อ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท คืนสู่สภาวะปกติ เรียกวิธีการนี้ว่า Active Therapy

     

              อยากจะเตือนผู้หญิงทุกคนโดยเฉพาะสาวออฟฟิศ ควรจะป้องกันดีกว่าปล่อยให้เป็นแล้วมารักษา ค่าใช้จ่ายเยอะมาก และก็ไม่หายขาด แนะนำให้กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควรให้กล้ามเนื้อได้ขยับ และอย่าใส่ส้นสูงติดต่อกันนาน ๆ เพราะเวลาใส่ส้นสูงหลังจะแอ่น สลับมาใส่ส้นเตี้ยบ้างเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน"

     
    บทความในหมวดเดียวกัน
    สังเกต 4 อาการ ก่อน"โรคลมแดด" เล่นงาน
    เช็ก 7 อาการโรคหัด
    สังเกตมะเร็งชนิดต่างๆ ก่อนชีวิตจะเสี่ยง
    อาการคันตามผิวหนัง
    วิธีสังเกตุอาการมะเร็ง 15 ประเภท
    โรคเอดส์/ไวรัสเอช ไอ วี - AIDS / HIV
    อาการโรคหัวใจที่ควรระวัง
    ท้องไส้ปั่นป่วนเรื้อรัง สัญญาณเตือนภัยมะเร็ง
     
    Share
    เปิดอ่าน 1192 ครั้ง 
     
     บทความที่เกี่ยวข้อง
    4 โรคยอดฮิตของผู้หญิง จะเลือกป้องกันหรือรักษา
    สังเกต 4 อาการ ก่อน"โรคลมแดด" เล่นงาน
    เช็ก 7 อาการโรคหัด
    สังเกตมะเร็งชนิดต่างๆ ก่อนชีวิตจะเสี่ยง
    อาการคันตามผิวหนัง
    วิธีสังเกตุอาการมะเร็ง 15 ประเภท
    โรคเอดส์/ไวรัสเอช ไอ วี - AIDS / HIV
    อาการโรคหัวใจที่ควรระวัง
    ท้องไส้ปั่นป่วนเรื้อรัง สัญญาณเตือนภัยมะเร็ง
    วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ
     
     บทความที่ถูกเปิดอ่านบ่อย
    โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
    โรคกระเพาะ
    น้ำสตรอเบอรี่ปั่น
    สุขภาพเล็บบอกโรคได้
    การอ่านผลตรวจเลือด
    กฎทองของการทำผมไปงานแต่งงาน
    การกระโดดเชือก
    ประโยชน์ของปลาทู
    ปฐมพยาบาลกรณีสำลักควันไฟ
    แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
    Home  |  Beauty  |  Exercise  |  Webboard  |  Contact
    Copyright © 2010 Healththai.com. All Rights reserve.