>> Main Menu <<

 
  • Home
  •  
  • Beauty
  •  
  • Exercise
  •  
  • Webboard
  •  
  • Contact
  • Slide 1
    Slide 2
    Slide 3
     

    ปัสสาวะเป็นฟองสัญญาณเตือนของโรคไต

    ปัสสาวะเป็นฟองสัญญาณเตือนของโรคไต
     

    คนปกติเวลาปัสสาวะอาจจะมีฟองขาวๆ บ้าง   แต่ถ้ามีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะก็จะ ทำให้ปัสสาวะเป็นฟอง มีลักษณะเหมือนฟองเบียร์หรือฟองสบู่  สำหรับผู้ที่ปัสสาวะเป็นฟอง และปัสสาวะขุ่น (อาจเกิดจากการมีเม็ดเลือดแดงรั่วออกมาด้วย) เป็นข้อสันนิษฐานที่มีน้ำหนัก มากว่าจะเป็นโรคไต เหตุไฉนโปรตีนและเม็ดเลือดแดงจึงรั่วออกมาในปัสสาวะ?

    หน่วยไตอักเสบเรื้อรังคืออะไร ...
    ไตเป็นอวัยวะสำคัญในการขับน้ำส่วนเกินและของเสีย ในแต่ละวันไตจะต้องกรองเลือดที่ไหลเวียนผ่านมาราวๆ 1,700 ลิตร จึงได้ของเสียและน้ำส่วนเกินประมาณ 1.5 ลิตร แล้วขับออกจากร่างกายในรูปของปัสสาวะ ไตแต่ละข้างมีหน่วยกรอง(Nephron) มากกว่าหนึ่งล้านหน่วย ซึ่งประกอบด้วยกระจุกหลอดเลือดฝอยที่เรียกว่าหน่วยไต (Glomerulus) เยื่อโบว์แมนและหลอดไตย่อย หากมีการอักเสบเกิดขึ้นที่หน่วยไตก็จะทำให้การกรองเลือดไร้ประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีโปรตีน และ เม็ดเลือดแดง รั่วออกมาในปัสสาวะ แต่เนื่องจากไตแต่ละข้างมีหน่วยไตมากกว่าหนึ่งล้านหน่วย  ผู้ป่วยหน่วยไตอักเสบเรื้อรังจึงอาจไม่ปรากฏอาการในระยะแรกจนกว่าหน่วยไต
    เสียหายไปเป็นจำนวนมากถึงจะปรากฏอาการผิดปกติต่างๆ ออกมา หน่วยไตอักเสบเรื้อรังพบได้ในคนทุกเพศทุกวัยและจะนำไปสู่ไตวายเรื้อรังในที่สุด

    หน่วยไตอักเสบเรื้อรังมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง...
    หน่วยไตอักเสบเรื้อรังทำให้น้ำส่วนเกินและของเสียไม่ถูกขับออก จึงเกิดการคั่งจนเป็นพิษต่อร่างกาย  ผู้ป่วยจึงมีกลุ่มอาการได้หลายแบบและมีการดำเนินของโรคอย่างเรื้อรัง  อาจปรากฏอาการที่รุนแรงหรือไม่รุนแรงก็ได้   หรืออาจตรวจพบไตวายร่วมกับการมีโปรตีนและเม็ดเลือดแดงรั่วในปัสสาวะเป็นครั้งแรกโดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัวมาก่อนก็ได้ ส่วนอาการที่พบบ่อยและสิ่ง

    ที่ตรวจพบมีดังนี้:
    อาการทางร่างกาย ปวดหลังปวดเอว  อ่อนเพลียเรื้อรัง  ไม่มีเรี่ยวแรง วิงเวียน หน้ามืดตาลาย ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร ฯลฯ
    -ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน
    -อาการบวมน้ำตามร่างกาย ผู้ป่วยมักจะมีน้ำส่วนเกินคั่งอยู่ในร่างกายมากกว่า 3 ลิตรแล้วจึงปรากฏอาการบวมน้ำตามร่างกาย
    -ปัสสาวะมีเลือด อาจมองเห็นด้วยกล้องจุลทรรศน์หรือในรายที่รุนแรงก็จะมองเห็นด้วยตาเปล่า เช่น น้ำปัสสาวะสีแดงเหมือนน้ำหมากหรือน้ำล้างเนื้อ เป็นต้น
    -ความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยจะมีความดันโลหิตสูงขึ้นเรื่อยๆ
    -ภาวะโลหิตจาง เนื่องจากไตลดการสร้างฮอร์โมนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง
    -ตรวจพบโปรตีนและเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ   หน่วยไตเสียหายมากจนไม่สามารถกรองโปรตีนและเม็ดเลือดแดงกลับไปสู่ร่างกาย
    -ค่า BUN และ Creatinine ผิดปกติ แสดงว่าหน่วยไตเสียหายมากกว่า 70-75% ทำให้ ไตขับของเสียได้ไม่เต็มที่ จึงเกิดการคั่งของของเสียจนเป็นพิษต่อร่างกาย

      
    หน่วยไตอักเสบเรื้อรังเกิดจากสาเหตุอะไร ...

          
    ถึงแม้ว่าปัจจุบันการแพทย์ตะวันตกยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคของผู้ป่วยส่วนใหญ่แต่ก็ได้สันนิษฐานว่าส่วนใหญ่อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่เข้าใจผิดว่าตัวเนื้อไตเองเป็นสารแปลกปลอม จึงมีการสร้างสารภูมิต้านทานไปเกาะที่เนื้อไตจนทำให้เนื้อไตเกิดพยาธิสภาพในรูปแบบต่างๆ

    ส่วนการแพทย์จีนได้จัดหน่วยไตอักเสบเรื้อรังให้อยู่ในกลุ่มโรคของ บวมน้ำตามร่างกายปัสสาวะมีเลือด  ปวดหลังปวดเอว (  ไตอยู่ตรงตำแหน่งของเอว) ภาวะเลือดคั่ง  และ ภาวะพร่องพลัง  จึงนิยมใช้วิธีบำบัดแบบองค์รวมเพื่อบำบัดกลุ่มอาการของหน่วยไตอักเสบ เรื้อรัง อาทิ:
               

    อาการบวมน้ำตามร่างกาย
            ไตมีหน้าที่ควบคุมความสมดุลของน้ำในร่างกายโดยอาศัยพลังไฟมิ่งเหมิน  จากไตในการระเหยน้ำให้กลายเป็นไอแล้วส่งไปยังปอด และปอดก็จะส่งกระจายต่อไปทั่วร่างกาย ส่วนน้ำส่วนเกินก็จะถูกขับไปยังกระเพาะปัสสาวะ เมื่อน้ำปัสสาวะมีปริมาณมากพอควร ก็จะ ถูกขับออกจากร่างกาย  เมื่อไตเสื่อมลง  พลัง ไฟมิ่งเหมินก็จะอ่อนลงด้วย ทำให้ความสามารถ ในการระเหยน้ำลดลง น้ำก็จะไหลล้นไปอยู่ที่ใต้ผิวหนัง ส่งผลให้เกิดอาการบวมน้ำตามร่างกาย พร้อมทั้งมีอาการปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ
               
    โปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ
            ไตมีหน้าที่เก็บสารจิง  โดยอาศัยพลังชี่ของไต  ในการกักเก็บ สารจิงคือสารจำเป็นในการดำรงชีวิต ซึ่งประกอบด้วยสารจิงที่มีมาแต่กำเนิดโดยได้รับการถ่ายทอดจากพ่อแม่ตั้งแต่ เป็นทารกอยู่ในครรภ์ และสารจิงภายหลังกำเนิดซึ่งได้รับจากอาหารการกินเพื่อมิให้สารจิงพร่อง ลง เมื่อไตเสื่อมลง พลังชี่ในไตก็จะพร่องลงด้วย ทำให้ความสามารถในการกักเก็บของไตพร่องลง โปรตีนจึงรั่วออกมาทางปัสสาวะ
               
    ปัสสาวะมีเลือด
            ตับเก็บสะสมเลือด ไตกักเก็บสารจิง ตับและไตนอกจากจะทำงานเกื้อหนุนซึ่งกันและกันแล้ว ยังส่งผลกระทบซึ่งกันและกันได้ด้วย  เลือดในตับและสารจิงในไตสามารถแปรเปลี่ยน กันเพื่อทดแทนซึ่งกันและกัน รวมทั้งพยาธิสภาพของหยิน- หยางภายในตับและไตก็มักออกมาในลักษณะเดียวกันคือ ตับและไตมักจะหยินพร่อง  หรือหยางพร่อง  พร้อมกันทั้งคู่   หากตับและไตเกิดภาวะหยินพร่องพร้อมกันทั้งคู่ก็จะเกิดภาวะพิษร้อนที่ตับและ ไต
    ส่งผลให้เส้นลมปราณในไตเกิดความเสียหายและไม่สามารถควบคุมเลือดให้ไหล เวียนอยู่ในวงจรปกติได้จนเกิดภาวะการเสียเลือด  และรั่วออกมาในปัสสาวะ



     
    ที่มา:enwei.co.th/1d.html

     

     
    บทความในหมวดเดียวกัน
    4 โรคยอดฮิตของผู้หญิง จะเลือกป้องกันหรือรักษา
    สังเกต 4 อาการ ก่อน"โรคลมแดด" เล่นงาน
    เช็ก 7 อาการโรคหัด
    สังเกตมะเร็งชนิดต่างๆ ก่อนชีวิตจะเสี่ยง
    อาการคันตามผิวหนัง
    วิธีสังเกตุอาการมะเร็ง 15 ประเภท
    โรคเอดส์/ไวรัสเอช ไอ วี - AIDS / HIV
    อาการโรคหัวใจที่ควรระวัง
     
    Share
    เปิดอ่าน 10511 ครั้ง 
     
     บทความที่เกี่ยวข้อง
    4 โรคยอดฮิตของผู้หญิง จะเลือกป้องกันหรือรักษา
    สังเกต 4 อาการ ก่อน"โรคลมแดด" เล่นงาน
    เช็ก 7 อาการโรคหัด
    สังเกตมะเร็งชนิดต่างๆ ก่อนชีวิตจะเสี่ยง
    อาการคันตามผิวหนัง
    วิธีสังเกตุอาการมะเร็ง 15 ประเภท
    โรคเอดส์/ไวรัสเอช ไอ วี - AIDS / HIV
    อาการโรคหัวใจที่ควรระวัง
    ท้องไส้ปั่นป่วนเรื้อรัง สัญญาณเตือนภัยมะเร็ง
    วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ
     
     บทความที่ถูกเปิดอ่านบ่อย
    โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
    โรคกระเพาะ
    น้ำสตรอเบอรี่ปั่น
    สุขภาพเล็บบอกโรคได้
    การอ่านผลตรวจเลือด
    กฎทองของการทำผมไปงานแต่งงาน
    การกระโดดเชือก
    ประโยชน์ของปลาทู
    ปฐมพยาบาลกรณีสำลักควันไฟ
    แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
    Home  |  Beauty  |  Exercise  |  Webboard  |  Contact
    Copyright © 2010 Healththai.com. All Rights reserve.