>> Main Menu <<

 
  • Home
  •  
  • Beauty
  •  
  • Exercise
  •  
  • Webboard
  •  
  • Contact
  • Slide 1
    Slide 2
    Slide 3
     

    โยคะ (คุณประโยชน์ของโยคะกับการส่งเสริมสุขภาพ)

    โยคะ (คุณประโยชน์ของโยคะกับการส่งเสริมสุขภาพ)
     

    โดยพื้นฐานโยคะเป็นปรัชญาแขนงหนึ่ง เป็นแนวคิด เป็นวิถีชีวิตครอบคลุมทุก แง่มุมของชีวิต ปัญญา อารมณ์ สมองและกายภาพ โยคะวิวัฒนาการจิตสำนึกของมนุษย์หรือ การพัฒนาตนเองของมนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญตลอดประวัติศาสตร์มนุษย์มานับพันปี การเรียนรู้โยคะ นำมนุษย์ไปสู่สมาธิ ลดการปรุงแต่งของจิต ลดการปรุงแต่งของพฤติกรรมและเกิดการ ตระหนักรู้ถึง เป้าหมายและ กระบวนการของชีวิต วิธีแบบองค์รวมของโยคะ นำเราไปสู่สุขภาพที่ดี ขึ้นและ ขจัดปัญหาทั้ง ทางกายและทางใจ และเป็นที่ทราบกันแล้วว่า อาสนะเป็นขั้นที่ 3 ในมรรค 8 แห่งโยคะ สามารถแบ่งอาสนะได้เป็น 2 กลุ่ม

        1. อาสนะเพื่อเสริมสร้างความสมดุลให้กับร่างกาย เช่น ท่าภุชงค์ ธนู ชาลาภะ
        2. อาสนะเพื่อสมาธิ เช่น ปทุมอาสนะ สิทธาอาสนะ สวัสดิกะ สัมมาอาสนะ ซึ่งผู้ฝึกอาสนะก็แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มดังนี้

        1. กลุ่มที่มุ่งเน้นไปเรื่องของกาย (กลุ่มสร้างสมดุลกาย)
        2. กลุ่มที่มุ่งเน้นไปยังเรื่องของจิต (กลุ่มพัฒนาจิต)

    ซึ่งผู้ฝึกทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าว ฝึกโยคะเพื่อความปรารถนาที่จะรักษาระบบประสาท และระบบฮอร์โมน ให้ทำงานได้ดี เนื่องจากสุขภาพโดยรวมขึ้นกับระบบทั้ง 2 นี้ ส่วนกลุ่มที่ฝึก อาสนะ เพื่อสมาธิ เพื่อกำจัด การรบกวนทางกายจากกิจกรรมทางจิต และกลุ่มที่ฝึกอาสนะเพื่อ สมาธิมีการฝึกอาสนะ เพื่อสร้างสมดุลด้วยนั้นมีวัตถุเพิ่มเติมคือ ต้องการฝึกระบบประสาทให้
    แข็งแรง เพื่อรองรับปฏิกิริยาจากพลัง ที่เรียกว่า กุณฑาลินี ซึ่งจะเกิดขึ้นในระหว่างฝึก การปลุกพลังกุณฑาลินี ถือเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มพัฒนาจิต ซึ่งจากผลของอาสนะทั้งสองกลุ่ม
    เราอาจจะศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกาย- จิต ตามคำโบราณที่ว่า จิตที่แข็งแรงอยู่ในกายที่ แข็งแรง ตัวอย่างเช่น คนที่แข็งแรงและสุขภาพดีจะมีอารมณ์ที่มั่นคง ขณะที่คนขี้โรคและอ่อนแอจะ มีอารมณ์แปรปรวน ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า กายมีผลต่อจิต
    การฝึกอาสนะเพื่อสร้างสมดุลเน้นไปที่การฝึกกายและกระดูกสันหลัง โดยมี จุดมุ่งหมายที่จะฝึกระบบประสาทและสมอง ให้พร้อมสำหรับการฝึกโยคะในขั้นสูงต่อไป ซึ่งการ ฝึกอาสนะเพื่อสร้างสมดุลเป็นการจัดปรับท่าต่างๆ เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของร่างกายอย่าง หลากหลาย สุดท้ายเพื่อเอื้อต่อการนั่งสมาธิ ส่วนอาสนะเพื่อสมาธิเป็นการนั่งในท่าที่สบาย โดย มีการจัดปรับเพิ่มเติมเพื่อเอื้อต่อการฝึกสมาธิ เพื่อให้นั่งได้นานที่สุดเป็นชั่วโมง ๆ ซึ่งเป็นการ เตรียมร่างกาย ให้พร้อมต่อการฝึกปราณยามะ ฝึกควบคุมประสาทสัมผัส ฝึกกำหนดจิตให้นิ่ง ฯลฯ
    จากที่กล่าวมาอาจสรุปได้ว่า อาสนะเพื่อการเสริมสร้างสมดุล มีจุดมุ่งหมายสำคัญ 2 ประการคือ

    1. เพื่อให้ระบบของร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
    2. ฝึกระบบประสาทและสมองเพื่อการฝึกโยคะชั้นสูง

    สำหรับจุดมุ่งหมายประการแรก เป็นที่ทราบดีว่าร่างกายประกอบด้วยเนื้อเยื่อต่างๆ หลายชนิด หากเนื้อเยื่อเหล่านี้อยู่ในสภาพดี สุขภาพรวมก็พลอยดีไปด้วย ซึ่งการฝึกทำอาสนะ เพื่อสร้างสมดุลมีผลต่อการรักษาเนื้อเยื่อต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพดี เราก็สามารถสรุปได้ว่า อาสนะ เพื่อสร้างสมดุลนั้น มีผลดีต่อสุขภาพ สภาวะที่ทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ มีความสมบูรณ์แข็งแรง ตาม
    ศาสตร์แห่งกายวิภาค สุขภาพของเนื้อเยื่อขึ้นกับปัจจัย 3 ประการ ดังนี้
    1. ได้รับสารอาหารที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ ได้รับฮอร์โมนต่าง ๆ จากระบบ ฮอร์โมนที่เหมาะสม สม่ำเสมอ
    2. มีการจัดของเสียออกจากเนื้อเยื่ออย่างมีประสิทธิภาพ
    3. ระบบประสาทที่เชื่อมโยงกับเนื้อเยื่อเหล่านี้ อยู่ในสภาพปกติ ทำงานได้ดี องค์ประกอบที่จำเป็นต่อเนื้อเยื่อ ได้แก่ โปรตีน ไขมัน น้ำตาล วิตามินเกลือแร่ และออกซิเจน ซึ่งนำพาไปโดยเลือด ใน 4 อย่างแรกนั้น ได้มาจากอาหารและน้ำที่มนุษย์กินดื่ม
    เข้าไป สารทั้ง 4 นี้ ไม่เพียงขึ้นกับปริมาณและคุณภาพของอาหารที่เรารับเข้า หากแต่ยังขึ้นกับ ประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหาร, ระบบดูดซึมสารอาหาร และระบบไหลเวียนของเลือดอีกด้วย

    ประโยชน์ของฝึกอาสนะด้านการเสริมสร้างสุขภาพกาย มีดังต่อไปนี้
        1. ประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร
    อวัยวะสำคัญของระบบย่อยอาหาร ได้แก่ กระเพาะ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน และตับ ทั้งหมดอยู่ในช่องท้อง ล้อมรอบด้วย กล้ามเนื้อท้องที่แข็งแรง และรองรับด้วยกระดูกเชิงกราน ธรรมชาติได้จัดกลไกที่จะ นวดอวัยวะเหล่านี้โดยอัตโนมัติตลอดเวลา 24 ชั่วโมง การนวดตาม ธรรมชาติที่สำคัญเกิดจาก กล้ามเนื้อหน้าท้อง และกล้ามเนื้อกระบังลม ในการหายใจออกทุกครั้ง
    กล้ามเนื้อหน้าท้องจะหดตัว ดันอวัยวะทุกชิ้นในช่องท้อง (รวมทั้งระบบย่อยอาหาร) ขึ้นและลง ขณะที่หายใจเข้ากระบังลม จะดันอวัยวะในช่องท้องให้เคลื่อนลง ดันให้ป่องออกมาด้านหน้าและ ช่วยคลายกล้ามเนื้อหน้าท้อง การนวดนี้เกิดประมาณ นาทีละ 14-18 ครั้งไปอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา การนวดตามธรรมชาตินี้จะได้ผลดี ก็ต่อเมื่อร่างกายมีกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แข็งแรง
    และยืดหยุ่นเพียงพอ หาไม่การนวดก็บกพร่อง ระบบย่อยอาหารก็บกพร่อง คนที่มีอาการอาหาร ไม่ย่อยนั้นเกิดจาก กล้ามเนื้อหน้าท้อง ที่แข็งเกินหรืออ่อนแอเกินไป และอาสนะช่วยเสริมสร้าง ความแข็งแรงตลอดจน เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหน้าท้อง ไม่เพียงเท่านั้น อาสนะยังเป็น การกดนวดอวัยวะต่างๆ ภายในช่องท้องที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเราไม่พบในระบบการออกกำลังกาย
    อื่นๆ เลย เพราะการยืด-หดกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อ ซึ่งเราจะไม่พบใน ระบบการออกกำลังกายอื่นๆ เลย ท่าที่มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร มีดังนี้

    - ท่างู ท่าตั๊กแตน และท่าธนู เป็นการเหยียดกล้ามเนื้อหน้าท้องและเป็นการหด กล้ามเนื้อหลัง
    - ท่าโยคะมุทธา ปัจฉิโมทนาและท่าคันไถ เป็นการหดกล้ามเนื้อหน้าท้องและ ยืดกล้ามเนื้อหลัง
    - ท่าบิดสันหลัง ช่วยยืด หด กล้ามเนื้อข้างลำตัวของช่องท้อง
    - ท่าอุทธิยานะพันธะ เป็นการนวดอวัยวะในช่องท้องตามแนวตั้ง
    - นาอุลิ เป็นการนวดอวัยวะในช่องท้องแนวนอน

    ซึ่งการฝึกอาสนะดังกล่าวแล้วทำให้การนวดตามธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างเต็มประ สิทธิภาพ และยังเป็นตัวตรึงให้อวัยวะต่างๆ ในช่องท้องอยู่ตามตำแหน่งของมัน ทำให้ระบบย่อยอาหาร และ ระบบดูดซึมสารอาหารได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์

        2. ประโยชน์ต่อระบบไหลเวียนของเลือด
    ระบบที่จำเป็นสำหรับการนำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย คือ ระบบไหลเวียนของเลือด อวัยวะสำคัญของระบบนี้ ได้แก่ หัวใจ, เส้นเลือดแดง, เส้นเลือดดำ และ หลอดเลือดที่เชื่อมระหว่างหลอดเลือดแดงและดำ อวัยวะที่สำคัญที่สุดของระบบนี้ก็คือ หัวใจ ด้วยการหดและคลายตัวของหัวใจ ที่ ทำให้เลือดไหลเวียนไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หัวใจทำด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแรงที่สุด แต่เราก็ สามารถเพิ่มความแข็งแรงให้กับมันได้ด้วยท่าต่างๆ ดังนี้

    - ท่าอุทธิยานะ นาอุลิ เป็นการยกกระบังลมขึ้นสูงขึ้นมากจนสามารถช่วยนวด ส่วนล่างของหัวใจเป็น การเพิ่มหรือลดความดันในช่องอก จึงเป็นการนวดหัวใจ ไปในตัว
    - ท่างู ตั๊กแตน ท่าธนู และท่าคันไถ ช่วยเพิ่มความดันในช่องออก
    - ท่ากลับบนลงล่าง ท่ายืนด้วยไหล่และท่าศีรษะอาสนะ ช่วยให้หลอดเลือดดำ พาเลือดไหลกลับสู่หัวใจ โดยไม่ต้องทำงานหนัก

        3. ประโยชน์ต่อระบบหายใจ

    อวัยวะหลักของระบบหายใจ คือ ปอด อย่างไรก็ตาม การหายใจที่ดีไม่ได้ขึ้นกับ ประสิทธิภาพของปอดเท่านั้น กล้ามเนื้อที่ รับผิดชอบใน ระบบหายใจก็มีความสำคัญยิ่งเช่นกัน ซึ่ง ต้องแข็งแรงและอยู่ในสภาพดี นอกจากนั้นช่องทางที่อากาศ จะเดินทางเข้าสู่ปอดก็ต้อง
    ปลอดโปร่ง เพื่อให้อากาศเข้าสู่ปอดได้เต็มที่ เราจะพบว่า ระบบหายใจขึ้นกับปัจจัย 3 ประการ

            1) ปอดต้องมีสุขภาพดี
            2) กล้ามเนื้อของระบบหายใจต้องแข็งแรง
            3) ท่อทางเดินของระบบหายใจต้องปลอดโปร่ง

    อาสนะ ช่วยพัฒนาปัจจัยทั้ง 3 ดังกล่าวได้ดังนี้

    1. สุขภาพของปอดขึ้นกับความยืดหยุ่นของเนื้อปอดและถุงลมขนาดจิ๋วที่ประกอบ ขึ้นมาเป็นตัวปอด หากปอดมีความยืดหยุ่นดี ถุงลมทั้งหลายอยู่ในสภาพดี สุขภาพของปอดก็ดี อาสนะช่วยเสริมสภาวะทั้ง 2 นี้ คือ

    - ท่าตั๊กแตน ท่านกยูง ซึ่งทั้ง 2 ท่านี้ ต้องหายใจเข้าลึก และจำเป็นกลั้น ลมหายใจไว้ชั่วครู่ ซึ่งสร้างแรงดันขึ้นในปอด แรงดันนี้จะอัดอากาศเข้าไปยังถุงลมขนาดจิ๋วนี้จน ทั่ว การทำท่าเหล่านี้สม่ำเสมอทุกวัน ทำให้ถุงลมทุกถุงได้มีโอกาสทำงาน ส่งผลให้ถุงลมทำงาน ต่อเนื่องตลอด ไม่ว่าแรงดันในปอดจะมากหรือน้อยก็ตาม ซึ่งท่าตั๊กแตนจะช่วยสร้างความยืดหยุ่น
    ปอด เพราะที่ฝึกเราหายใจเข้าลึกแล้วกลั้น ระหว่างนั้นปอดได้เหยียดเต็มที่ การทำท่าตั๊กแตน วันละ 3-7 ครั้ง จะสร้างความยืดหยุ่นของปอดได้อย่างเพียงพอ ช่วยให้ถุงลมขนาดจิ๋วทุกถุงได้ ทำงานและช่วยให้ปอดยืดหยุ่น

    2. ความแข็งแรงระบบกล้ามเนื้อในระบบหายใจ การหายใจเข้าลึกในท่าตั๊กแตน การหายใจออกสุดใน ท่าอุทธิยานะ และนาอุลิ ทำให้กล้ามเนื้อระบบหัวใจแข็งแรง
    3. ความปลอดโปร่งของทางเดินหายใจ ทางเดินหายใจของมนุษย์จะถูกขวางด้วย ทอนซิลอักเสบ เนื้องอกในจมูก น้ำมูกไหลเรื้อรัง ช่องจมูกเบี้ยว ฯลฯ อาสนะช่วยได้ในกรณี ของทอนซิล น้ำมูกเรื้อรัง แต่ไม่สามารถช่วยได้ในกรณีของความผิดปกติเชิงโครงสร้าง ท่ากลับ บนลงล่าง ยืนด้วยไหล่ ท่าปลา ชิวะพันธะ สิงหะมุทรา ช่วยอาการทอนซิล น้ำมูกเรื้อรังได้
    กล่าวคือ อาสนะมีส่วนช่วยทำให้ทางเดินหายใจโปร่งขึ้นได้

    ดังที่กล่าวข้างต้น อาสนะช่วยปัจจัยทั้ง 3 ประการได้ ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มปริมาณ ออกซิเจนในกระแสเลือด

    4. ประโยชน์ต่อระบบฮอร์โมน

    สุขภาพของเนื้อเยื่อไม่ได้ขึ้นกับเพียงองค์ประกอบ 5 อย่าง โปรตีน ไขมัน น้ำตาล วิตามินเกลือแร่ และออกซิเจน เท่านั้น หากยังขึ้นกับฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจากต่อมฮอร์โมน ภายในร่างกายด้วย ต่อการทำงานของระบบฮอร์โมน ไทรอยด์ พิทุอิตารี ต่อมไพเนียล ต่อมอดีนาล อัณฑะ รังไข่ คือ ต่อมฮอร์โมนที่สำคัญของร่างกาย ความบกพร่องของต่อมเหล่านี้จะ ส่งผลกระทบที่ รุนแรงต่อร่างกาย ซึ่ง อาสนะ มีส่วนช่วยให้การทำงานของต่อมเหล่านี้เป็นปกติ ดังนี้

    - ท่ากลับบนลงล่าง ท่ายืนด้วยไหล่ ท่าปลา ชิวะพันธะ สิงหะมุทรา เอื้อต่อการ ทำงานของไทรอยด์อย่างวิเศษ
    - ท่าศีรษะอาสนะส่งผลดีต่อต่อมไพเนียลและพิทุอิตารี ท่างู ธนู อุทธิยานะ และ นาอุลิ ดีต่อต่อมอดีนาล
    - ท่ายืนด้วยไหล่ อุทธิยานะ และนาอุลิ ดีต่ออัณฑะและรังไข่

    5. ประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย

    สุขภาพของเนื้อเยื่อยังขึ้นกับการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายอย่างมีประสิทธิ ภาพอีกด้วย ของเสียของร่างกาย ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ กรดยูริก ยูเรีย ปัสสาวะ อุจจาระ ซึ่งประกอบด้วย สิ่งที่ย่อยไม่ได้และสิ่งที่ย่อยไม่หมด ของเสียเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นพิษ หากปล่อย ให้มันดูดซับกลับเข้าสู่ร่างกายก็จะเป็นโทษ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ของเสียเหล่านี้ควรถูกขับ
    จากร่างกายอย่างเหมาะสม คาร์บอนไดออกไซด์ถูกขับด้วยระบบหายใจ กรดยูริก ยูเรีย ปัสสาวะถูกขับถ่ายโดย กระเพาะปัสสาวะ น้ำดี อุจจาระถูกขับถ่ายด้วยลำไส้ใหญ่ ดังนั้นเรา สามารถกล่าวได้ว่า การขับของเสียออกจากร่างกายจะเป็นไปโดยประสิทธิภาพ หากระบบหายใจ ระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายปัสสาวะทำงานได้ดี ซึ่งเราได้กล่าวถึงผลดีของอาสนะ ต่อระบบหายใจ และระบบย่อยอาหารแล้ว
    ส่วนระบบขับถ่ายปัสสาวะ อวัยวะที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ไต กระเพาะปัสสาวะและ ท่อปัสสาวะ ในบรรดาอวัยวะเหล่านี้ที่สำคัญคือ ไต ที่ทำหน้าที่ขับของเสียจริงๆ ที่เหลือทำหน้าที่เป็น เพียงภาชนะเสียมากกว่า ไต ก็อยู่ติดช่องท้องด้านหลัง ซึ่งอาสนะทั้งหลายล้วนช่วยในการกดนวด ช่องท้อง อันส่งผลให้ไตทำงานได้ดีขึ้นด้วย เช่น อาสนะ ดังนี้
    - ท่าอุทธิยานะ นาอุลิ ท่าโยคะมุทรา

    6. ประโยชน์ต่อระบบประสาท

    สุขภาพของร่างกายขึ้นกับความเป็นปกติของระบบประสาท ที่เชื่อมโยง ติดต่อสื่อสาร ระหว่างทุก ๆ ส่วนของร่างกาย อวัยวะสำคัญ ของระบบประสาท คือ สมอง ถัดไปคือ แกนประสาท โดยมีเส้นใยประสาทเล็กๆ แตกกิ่งก้านสาขาออกไปทั้งจาก สมองและแกนประสาท แผ่ไปตามส่วนต่างๆ ตลอดทั่วทั้งร่างกาย เครือข่ายของระบบประสาทโยงใยอย่างสมบูรณ์ เรียกได้ ว่า เนื้อเยื่อทุกทุกส่วนของร่างกาย มีระบบเชื่อมต่อของตัวมันเอง และด้วยการเชื่อมต่อนี้แหละ เนื้อเยื่อจึงสามารถ ทำงาน ของมันได้ หากเส้นใย เหล่านี้เกิด ความบกพร่อง การทำงานของ เนื้อเยื่อก็พลอยบกพร่องไปด้วย และหากการเชื่อมโยงเหล่านี้เสียหาย เนื้อเยื่อก็ไม่สามารถทำงาน
    ได้อย่างสิ้นเชิง ยกตัวอย่างเช่น หากใยประสาทที่ลำไส้ใหญ่ไม่เชื่อมต่อเนื้อเยื่อของลำไส้ใหญ่ ลำไส้ใหญ่ก็ไม่ทำงาน ผลก็คือ อาการท้องผูก หากใยประสาทที่ใบหน้าถูกตัดขาดหรือเป็นอัมพฤกษ์ กล้ามเนื้อแก้มที่เชื่อมต่อด้วยใยประสาทนั้น ก็ไม่เกิด การยืดหดตัว คงสภาพคลายตัวอยู่ กล้ามเนื้อข้างแก้มที่ยังทำงานอยู่ก็ จะดึงเอากล้ามเนื้อแก้มไปด้วย รูปหน้าก็บิดเบี้ยวไป อันเป็น ลักษณะที่พบเห็นได้ของผู้ป่วยอัมพฤกษ์ ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า เนื้อเยื่อของร่างกายจะเป็นปกติ ได้ก็ต่อเมื่อ ระบบประสาทเชื่อมโยง ทำงานได้เป็นปกติ
    อาสนะสามารถรักษากลไกการทำงานของระบบประสาทให้ทำงานได้เป็นปกติ ดังนี้
    - ท่ากลับบนลงล่าง ท่าศีรษะอาสนะ ส่งเลือดจำนวนมากไปยังสมอง ทำให้ สมองประสาทแข็งแรง
    - ท่าอาสนะทุกท่าช่วยบริหารแกนประสาท ไม่ว่าจะเป็นการก้มตัวไปข้างหน้า เงย แอ่นตัวไปข้างหลังและบิดตัวไปทางซ้าย-ขวา อาสนะช่วยสร้างความ ยืดหยุ่นให้แกนประสาท อันนำไปสู่สุขภาพที่ดีของแกนประสาท ซึ่งทอดตัวอยู่ ตลอดแนว กระดูกสันหลัง ทั้งยังทำให้เส้น Sympathetic 2 เส้น ที่อยู่ใน กล้ามเนื้อข้างกระดูกสันหลังแข็งแรงด้วย
    - อุทธิยานะและนาอุลิ เป็นการฝึกกระบังลม ซึ่งมีส่วนช่วยรักษาสุขภาพของแกน ประสาทและ Sympathetic cord ใยประสาทจากสมองและแกนประสาทนั้น มีอยู่เป็นจำนวนมากในช่องลำตัว ทั้งช่องทรวงอกและช่องท้อง ซึ่งทั้งอาสนะ
    อุทธิยานะ และนาอุลิ ล้วนเป็นการบริหารอวัยวะต่างๆ ในช่องลำตัว อันรวม ไปถึงใยประสาทต่างๆ ที่อยู่ภายในด้วย
    - ท่าตั๊กแตน กลับบนลงล่าง ยืนด้วยไหล่ ช่วยดูแลใยประสาทส่วนล่างของ ร่างกาย ตลอดทั่วขาทั้ง 2 ข้าง
    - ท่านกยูง ตั๊กแตน กลับบนลงล่าง ยืนด้วยไหล่ ฯลฯ ช่วยดูแลใยประสาท ส่วนบนของร่างกาย ตลอดจนถึงแขนทั้ง 2 ข้าง ดังนั้น อาสนะจึงมีประโยชน์ ต่อสุขภาพไม่เพียงสมองและแกนประสาท หากครอบคลุมไปทั่วทั้งร่างกาย อาสนะ ช่วยด้านกายวิภาค ทั้ง 3 ประการ ช่วยเรื่องการลำเลียงสารอาหาร ออกซิเจน ฮอร์โมน ไปยังเนื้อเยื่อ ช่วยขับถ่ายของเสียออกจากเนื้อเยื่ออย่างมีประสิทธิภาพ และ ช่วยให้ระบบโยงใยของประสาททำงานได้เป็นปกติ เนื้อเยื่ออันเป็นโครงสร้างพื้นฐานของทุก อวัยวะ ทุกระบบในร่างกายก็ทำงานได้เป็นปกติ เกิดความประสานกลมกลืนระหว่างการทำงาน ของเนื้อเยื่อทั้งหลาย อันเป็นการคงสุขภาวะของร่างกาย

    7. ประโยชน์ต่อกระดูก สมอง

    เราได้ทำความเข้าใจไปแล้วถึงผลดีของอาสนะต่อกระดูกสันหลังและสมอง อันเป็น อวัยวะสำคัญของ ระบบประสาทกระดูกสันหลังและสมอง ยังเป็นอวัยวะสำคัญต่อการฝึกทาง จิตวิญญาณด้วย หากกระดูกสันหลังและสมองไม่พร้อม ผู้ฝึกก็มักประสบปัญหาขณะฝึกทางด้าน จิตวิญญาณ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมสมอง (รวมถึงกระดูกสันหลัง) เพื่อการฝึกดังกล่าว

    8. ประโยชน์ต่อกล้ามเนื้อ

    ผลดีของอาสนะที่มีต่อกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีเช่นกัน ถ้าเราไม่มีกล้ามเนื้อ หรือว่า กล้ามเนื้อบกพร่อง ก็ยากที่จะทำอะไรได้ เช่น หากกล้ามเนื้อทรวงอก และกล้ามเนื้อหน้าท้องบกพร่อง เราจะเจ็บไข้ได้ป่วยง่ายมาก ผู้หญิงที่กล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้อสะโพกอ่อนแอ มีแนวโน้มที่จะแท้ง รวมไปถึงมีความเสี่ยงที่ลูกจะเสียชีวิตตอนคลอด
    อาสนะมีส่วนช่วยพัฒนากล้ามเนื้อ ในด้านของกล้ามเนื้อทรวงอกและกล้ามเนื้อ หน้าท้อง อาสนะช่วยได้เป็นอย่างดี สำหรับกล้ามเนื้อแขน-ขา รวมถึงกล้ามเนื้อทุกส่วนของ ร่างกาย อาสนะช่วยรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ตาม อาสนะมีข้อจำกัด คือ ไม่สามารถบริหารให้กล้ามเนื้อแขน-ขาใหญ่โต แข็งแรงกว่าปกติได้

    อ้างอิง http://dragowen.multiply.com/journal/item/208
    อ้างอิงรูป http://www.nukul.ac.th/~st502/blue07/008.htm
     

     
    บทความในหมวดเดียวกัน
    โยคะง่ายๆ เอาใจสาวสวย
    "โยคะ" ในยามรถติด
    6 ท่าโยคะกระชับใบหน้า
    โยคะสำหรับสาวออฟฟิศ
    โยคะ..เพิ่มความสูง
    เคล็ดลับ.... บริหารดวงตา ....ด้วย "โยคะตา"
    โยคะเพื่อสุขภาพ เลือกยังไงให้เหมาะกับตัว
    เคล็บลับผู้หญิงหุ่นดี กับท่าโยคะที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
     
    Share
    เปิดอ่าน 4126 ครั้ง 
     
     บทความที่เกี่ยวข้อง
    โยคะง่ายๆ เอาใจสาวสวย
    "โยคะ" ในยามรถติด
    6 ท่าโยคะกระชับใบหน้า
    โยคะสำหรับสาวออฟฟิศ
    โยคะ..เพิ่มความสูง
    เคล็ดลับ.... บริหารดวงตา ....ด้วย "โยคะตา"
    โยคะเพื่อสุขภาพ เลือกยังไงให้เหมาะกับตัว
    เคล็บลับผู้หญิงหุ่นดี กับท่าโยคะที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
    6 ท่าโยคะ กระชับใบหน้า
    โยคะเพื่อสุขภาพ
     
     บทความที่ถูกเปิดอ่านบ่อย
    โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
    โรคกระเพาะ
    น้ำสตรอเบอรี่ปั่น
    สุขภาพเล็บบอกโรคได้
    การอ่านผลตรวจเลือด
    กฎทองของการทำผมไปงานแต่งงาน
    การกระโดดเชือก
    ประโยชน์ของปลาทู
    ปฐมพยาบาลกรณีสำลักควันไฟ
    แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
    Home  |  Beauty  |  Exercise  |  Webboard  |  Contact
    Copyright © 2010 Healththai.com. All Rights reserve.