>> Main Menu <<

 
  • Home
  •  
  • Beauty
  •  
  • Exercise
  •  
  • Webboard
  •  
  • Contact
  • Slide 1
    Slide 2
    Slide 3
     

    ระวังไขมันเกาะตับ เสี่ยงมะเร็ง

    ระวังไขมันเกาะตับ เสี่ยงมะเร็ง
     

     หากพูดถึงโรคตับแข็งหรือมะเร็งตับที่เป็นสาเหตุการตายของนักร้องลูกทุ่งดัง อย่าง ยอดรัก สลักใจ หรือดารานักการเมือง อภิชาติ หาลำเจียก

         เรามักจะนึกถึงสาเหตุของการเกิดโรคว่ามาจากการดื่มสุรา ไวรัสตับอักเสบ หรือจากยาบางชนิด แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงตัวการสำคัญอีกประเภทที่ทำให้เกิดโรคร้ายกับตับได้เช่นกันคือ ภาวะไขมันสะสมในตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มสุรา ซึ่งเป็นอีกสาเหตุที่พบบ่อยและพบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดย พญ.พนิดา ทองอุทัยศรี สถาบันโรคตับและทางเดินอาหาร โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มาให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในเรื่องนี้ 

          มะเร็งตับเป็นมะเร็งที่พบบ่อยจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่าในปี 2550 ประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากมะเร็งเกือบ 8 ล้านคน หรือ 13% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด มะเร็ง 5 ชนิดที่พบมากที่สุดได้แก่ มะเร็งปอด เสียชีวิตปีละ 1.3 ล้านคน รองลงมา คือ มะเร็งกระเพาะอาหาร ปีละเกือบ 1 ล้านคน มะเร็งตับปีละ 6.62 แสนคน มะเร็งลำไส้ใหญ่ปีละ 6.55 แสนคน และมะเร็งเต้านมปีละ 5.02 แสนคน ตามลำดับ 

         ในประเทศไทยจากข้อมูลสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า ในปี 2551 ในผู้ชายพบมะเร็งตับและท่อน้ำดี (10.5%) มากเป็นอันดับ 3 รองจากลำไส้ใหญ่ (17.4%) และมะเร็งปอด (16.2%) ส่วนในผู้หญิงพบมะเร็งตับ (3.3%) มากเป็นอันดับ 5 รองจากมะเร็งเต้านม (43%) ปากมดลูก (16.4%) ลำไส้ใหญ่ (8.8%) และปอด (5.2%) 

    ในอดีตที่ผ่านมาพบว่าผู้ป่วยมะเร็งตับมักจะตรวจพบครั้งแรกเมื่อมีก้อนขนาดใหญ่หรือในระยะที่เป็นมากแล้ว ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะเสียชีวิตภายใน 6 เดือน หลังจากที่มีการตรวจคัดกรองหามะเร็งตับ พบว่า 30-40% ของผู้ป่วยสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ถ้าพบก้อนขนาดเล็กและสามารถผ่าตัดได้จะมีอัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี ถึง 50-70% 

    กลุ่มเสี่ยง 

    กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงของไวรัสตับอักเสบบี ได้แก่ผู้ชายเอเชียที่อายุมากกว่า 40 ปี และผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปี ในรายที่เป็นตับแข็ง และมีครอบครัวเป็นมะเร็งตับ ผู้ป่วยโรคตับแข็งจากไวรัสตับอักเสบซี แอลกอฮอล์ ภาวะธาตุเหล็กสะสมในตับ สารพิษอะฟลาทอกซิน 

    เนื่องจากปัจจุบันมีการตรวจคัดกรองมะเร็งตับในกลุ่มเสี่ยงมากขึ้น ทำให้สามารถวินิจฉัยได้ตั้งแต่เริ่มแรกโดยที่ยังไม่มีอาการ ผู้ป่วยมะเร็งตับบางรายมาด้วยอาการแสดงจากโรคตับแข็ง เช่น ตาเหลือง ตัวเหลือง น้ำในช่องท้อง เลือดออกจากเส้นเลือดขอดที่หลอดอาหาร ม้ามโต และอาการแสดงอื่นๆ ของโรคตับแข็ง หรือซึม สับสน อาการแสดงที่เกิดจากมะเร็งตับได้แก่ ปวดท้อง น้ำหนักลด ท้องอืดแน่นท้อง เบื่ออาหาร ไข้ ตาเหลือง ตัวเหลือง และตับโต 

    ภาวะไขมันสะสมในตับ 

    คือภาวะที่มีการสะสมของไขมันภายในเซลล์ตับ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของไตรกลีเซอไรด์ โดยอาจมีเพียงการสะสมของไขมันอย่างเดียวหรืออาจมีการอักเสบของตับร่วมด้วย ซึ่งในผู้ป่วยบางรายการอักเสบเรื้อรังนี้อาจนำไปสู่การเกิดพังผืดในตับ หรือที่เราเรียกว่าภาวะตับแข็งได้ 

    ไขมันเกาะตับพบได้บ่อยแค่ไหน 

    พบว่าประชากรทั่วไปประมาณ 10-20% มีภาวะไขมันสะสมในตับ โดยการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ และประมาณ 1-3% จะพบการอักเสบเรื้อรังของตับร่วมด้วย โดยจะพบเพิ่มขึ้นในกลุ่มประชากรที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป สำหรับประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลความชุกของโรคนี้อย่างชัดเจน แต่เชื่อว่าคงใกล้เคียงกับข้อมูลของต่างประเทศ 

    กรณีที่ผู้ป่วยมีค่าการทำงานของตับผิดปกตินานกว่า 3 เดือน ซึ่งบอกถึงภาวะตับอักเสบเรื้อรังโดยที่ไม่ได้เกิดจากไวรัสตับอักเสบ บีและซี การดื่มสุราหรือรับประทานยา พบว่ามากกว่า 60% ของผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีภาวะไขมันสะสมในตับที่อาจเป็นสาเหตุได้ 

    สาเหตุและความเสี่ยงที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มสุรา 

    สาเหตุของโรคนี้ปัจจุบันยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อาจมีหลายปัจจัยร่วมกัน โดยข้อมูลในปัจจุบันเชื่อว่าปัจจัยสำคัญของการเกิดภาวะไขมันสะสมในตับคือภาวะดื้อต่ออินซูลินและจากนั้นอาจจะมีกลไกอื่นที่มากระตุ้นให้เซลล์ตับที่มีไขมันเกาะอยู่นั้นเกิดการอักเสบและการตายของเซลล์ตับลักษณะของผู้ป่วยที่มีความสัมพันธ์กับการดื้อต่ออินซูลิน ได้แก่ผู้ป่วยที่มีลักษณะต่อไปนี้ 

        1.อ้วน โดยเฉพาะอ้วนที่ลำตัวหรือลงพุง คือมีรอบเอวมากกว่า 36 นิ้ว ในผู้ชายหรือมากกว่า 32 นิ้วในผู้หญิง 

        2.เป็นเบาหวาน 

        3.ไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะไขมันไตรกลีเซอไรด์ 

        4.ความดันโลหิตสูง พบว่าผู้ป่วยที่มีลักษณะอย่างน้อย 1 ข้อดังกล่าวจะมีโอกาสเกิดภาวะไขมันสะสมในตับสูงคือประมาณ 80% ของคนอ้วน และ 20-40% ในผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีไขมันสะสมในตับ 

        5.รับประทานอาหารที่มีอะฟลาทอกซินและเชื้อราผสมอยู่ เช่นถั่วลิสงคั่ว พริกป่น ข้าวฟ่าง ข้าวโพดอบแห้ง ปลาป่น กระดูกป่น 

    อาการของไขมันสะสมในตับ 

    ผู้ป่วยส่วนมากไม่มีอาการ มักตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจเลือด เช็กสุขภาพ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการจุกแน่นชายโครงด้านขวา หรือในรายที่เป็นมานานอาจมีอาการเริ่มต้นของภาวะตับแข็ง เช่น อ่อนเพลีย ท้องโต เป็นต้น การตรวจร่างกายโดยแพทย์ ในระยะแรกมักจะปกติหรือพบแค่ผู้ป่วยรูปร่างอ้วน การตรวจเลือดดูการทำงานของตับจะพบค่า ALT และ AST มีค่าสูงกว่าปกติประมาณ 1.5-4 เท่า ซึ่งบ่งถึงการอักเสบของเซลล์ตับและอาจมีค่า ALP สูงขึ้นเล็กน้อย 

    การวินิจฉัย 

    1.ตรวจเลือดดูการทำงานของตับจะพบว่ามีการอักเสบของค่า ALT และ AST สูงกว่าปกติ 

    2.ตรวจเลือดดูระดับน้ำตาลและไขมันอาจมีค่าสูงกว่าปกติ 

    3.ตัดโรคอื่นที่อาจเป็นสาเหตุของภาวะตับอักเสบเรื้อรังออกไปโดยประวัติและการตรวจเลือด เช่น การดื่มสุรา รับประทานยา ไวรัสตับอักเสบบีหรือซี หรือบางรายอาจจำเป็นต้องเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับ 

    4.ตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ จะพบว่าตับมีสีขาวขึ้นกว่าปกติ และอาจมีขนาดโตขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการที่มีไขมันแทรกอยู่ในเซลล์ตับทั่วๆ ไป 

    5.ตรวจโดยวิธีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์และเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 

    6.เจาะชิ้นเนื้อตับมาตรวจลักษณะทางพยาธิวิทยา ซึ่งมีประโยชน์ช่วยบอกสาเหตุและประเมินความรุนแรงของภาวะตับอักเสบอาจจำเป็นต้องทำในผู้ป่วยบางราย 

    อันตรายของภาวะไขมันเกาะตับ 

    โดยรวมแล้วไขมันเกาะตับมักมีการพยากรณ์โรคที่ดี เราสามารถแบ่งความรุนแรงของภาวะไขมันเกาะตับได้เป็น 4 ระดับตามลักษณะทางพยาธิวิทยา โดยผู้ป่วยส่วนมากจะอยู่ในระดับที่ 1 และ 2 ซึ่งไม่รุนแรง คือมีเพียงไขมันสะสมในเซลล์ตับอย่างเดียว หรืออาจมีการอักเสบที่ไม่รุนแรงร่วมด้วย ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะสบายดีแม้ว่าจะติดตามไปนาน 10-20 ปี 

    สำหรับผู้ป่วยกลุ่มที่มีภาวะไขมันเกาะตับในความรุนแรงระดับ 3 และ 4 คือมีการอักเสบรุนแรงทำให้เซลล์ตับบวมและอาจมีพังผืดในตับเกิดขึ้นร่วมด้วย กลุ่มนี้ต้องระวังเพราะสามารถทำให้เกิดตับแข็งได้ 20-30% ในเวลา 10 ปี และทำให้เสียชีวิตจากโรคตับหรือมะเร็งตับได้ประมาณ 9% ในเวลา 10 ปี โดยปัจจัยเสี่ยงที่พบในผู้ป่วยที่จะมีการดำเนินโรคที่รุนแรงนี้ได้แก่ อายุมาก อ้วนมาก หรือเป็นเบาหวานร่วมด้วย 

    การปฏิบัติตัวเมื่อรู้ว่าเป็น 

          ในปัจจุบันยังไม่มียาที่ได้ผลการรักษาดีมาก หรือหายขาดจากโรคนี้ ดังนั้นการรักษาที่สำคัญและได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือการลดน้ำหนัก ซึ่งช่วยลดไขมันและการอักเสบในตับได้จริงโดยเฉพาะผู้ป่วยที่อ้วน อีกทั้งยังมีผลดีต่อสุขภาพโดยรวมด้วย ค่อยๆ ลดน้ำหนักลงประมาณ 1-2 กิโลกรัมต่อเดือน จนน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ระวังการลดน้ำหนักที่เร็วเกินไปหรือลดอย่างผิดวิธี จะทำให้มีผลเสียต่อสุขภาพและทำให้ตับอักเสบแย่ลง 

         ควบคุมระดับน้ำตาลและระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ สำหรับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้การใช้ยาลดไขมันจะสามารถลดระดับไขมันในเลือด รวมถึงความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่ายากลุ่มนี้จะลดไขมันหรือการอักเสบในตับได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้เริ่มต้นด้วยการคุมอาหารร่วมกับการออกกำลังกายเสมอ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเหล้าและการใช้ยาที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะยาสมุนไพรที่เราไม่ทราบส่วนผสม ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อตับโดยตรง 

    การรักษา 

          เป้าหมายในการรักษาคือลดปริมาณไขมันและการอักเสบภายในตับ เพื่อป้องกันการเกิดพังผืดหรือตับแข็งในอนาคต ซึ่งยาที่รักษาในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นศึกษาวิจัย แต่มียาหลายตัวที่ใช้เวลาศึกษามานานและชี้ว่ามีประโยชน์ ช่วยลดความผิดปกติของค่า ALT และ AST ในเลือดรวมถึงอาจลดปริมาณไขมันและการอักเสบภายในตับลงได้ แต่ยาแต่ละตัวก็อาจจะมีผลข้างเคียงได้และเหมาะสมกับผู้ป่วยกลุ่มต่างๆ กัน 

         การใช้ยาจึงควรอยู่ในความควบคุมดูแลของแพทย์ สำหรับผู้ป่วยที่เป็นตับแข็งแล้ว ก็ยังมีการรักษาอีกหลายอย่างที่ช่วยให้อาการดีขึ้นและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ ปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนตับในกรณีที่เป็นตับแข็งระยะสุดท้าย สามารถทำได้แล้วในประเทศไทย 

     
    บทความในหมวดเดียวกัน
    5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง
    ทุเรียนน้ำ ยอดสมุนไพรพิฆาตมะเร็ง
    เวิร์กกิ้งวูแมน เสี่ยงมะเร็งเต้านม
    ความรู้เกี่ยวกับมะเร็ง
    มะเร็งตับอ่อน เพชฌฆาตเงียบ
    มะเร็งปากมดลูกและวิธีป้องกัน
    กินแป้งคืนชีพมะเร็งเต้านม
    กินผักเยอะๆ ลดโอกาสมะเร็งเต้านม
     
    Share
    เปิดอ่าน 1043 ครั้ง 
     
     บทความที่เกี่ยวข้อง
    5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง
    ทุเรียนน้ำ ยอดสมุนไพรพิฆาตมะเร็ง
    เวิร์กกิ้งวูแมน เสี่ยงมะเร็งเต้านม
    ระวังไขมันเกาะตับ เสี่ยงมะเร็ง
    ความรู้เกี่ยวกับมะเร็ง
    มะเร็งตับอ่อน เพชฌฆาตเงียบ
    มะเร็งปากมดลูกและวิธีป้องกัน
    กินแป้งคืนชีพมะเร็งเต้านม
    กินผักเยอะๆ ลดโอกาสมะเร็งเต้านม
    9 เรื่องมะเร็งเต้านมที่อย่าไปเชื่อ
     
     บทความที่ถูกเปิดอ่านบ่อย
    โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
    โรคกระเพาะ
    น้ำสตรอเบอรี่ปั่น
    สุขภาพเล็บบอกโรคได้
    การอ่านผลตรวจเลือด
    กฎทองของการทำผมไปงานแต่งงาน
    การกระโดดเชือก
    ประโยชน์ของปลาทู
    ปฐมพยาบาลกรณีสำลักควันไฟ
    แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
    Home  |  Beauty  |  Exercise  |  Webboard  |  Contact
    Copyright © 2010 Healththai.com. All Rights reserve.