>> Main Menu <<

 
  • Home
  •  
  • Beauty
  •  
  • Exercise
  •  
  • Webboard
  •  
  • Contact
  • Slide 1
    Slide 2
    Slide 3
     

    ความขี้เกียจ… สร้างปัญหาให้แก่ดวงตา

    ความขี้เกียจ… สร้างปัญหาให้แก่ดวงตา
     

     
            ความขี้เกียจ สร้างปัญหาให้แก่ดวงตาทว่าดวงตาจะเป็นหน้าตาของหัวใจ…หากคุณไม่ดูแลรักษาดวงตาให้ดีอาจจะก่อให้เกิดความรำคาญใจได้เช่นกัน ทราบหรือไม่ว่าลักษณะการใช้ชีวิตของคุณที่อาจจะปฏิบัติต่อเนื่องจนกลายเป็นความเคยชิน จะส่งผลก่อให้เกิดปัญหาทางสายตาได้

            การใช้สายตาไปกับกิจกรรมต่างๆเช่น นอนอ่านหนังสือ , เพ่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ , นอนดูโทรทัศน์ , ปิดไฟแล้วเปิดคอมพิวเตอร์และโทรทัศน์ใช้งาน และอีกหลากหลายพฤติกรรม ที่คุณมองข้ามไป กำลังส่งสัญญาณว่าคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย มีข้อมูลระบุว่าพฤติกรรมเหล่านี้ ทำให้คนไทยกว่า 15 ล้านคน มีปัญหาทางสายตาโดยที่คุณเองไม่รู้ตัว ซึ่งโรคที่เกิดจากสายตาที่พบเห็นทั่วไปเช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ซึ่งอาจเกิดจากโรคทางพันธุกรรม หรือโรคทางสายตาอื่นๆ การฝืนใช้สายตาเพ่งมองติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้กล้ามเนื้อตาล้า ตาแดง ตาแห้ง น้ำตาไหล หนักเข้าอาจจะทำให้เกิดโรคจอประสาทตาได้ การเพ่งเล็งวัตถุขนาดเล็ก และหากเป็นสายตาสั้นระยะนานโดยไม่รู้ตัวอาจจะเกิดโรคต้อหิน

             ข้อควรปฏิบัติในกิจวัตรประจำวัตร เพื่อถนอมดวงตาให้สามารถใช้งานได้ระยะยาว คือ การเลิกพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อดวงตา เช่น เปลี่ยนจากการนอนอ่านหนังสือ เป็นการนั่งบนโต๊ะในท่าทางที่ถูกต้อง , ผู้ที่นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็ควรนั่งในท่าทางที่เหมาะสม ไม่เพ่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ในระยะใกล้จนเกินไป และปรับแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เป็นแสงในสภาพปกติ ไม่มืดหรือสว่างมากจนเกินไป , หลายคนอาจจะคิดว่าการปิดไฟดูโทรทัศน์อาจจะช่วยให้ลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าได้ แต่ส่งผลกระทบต่อดวงตาของคุณได้เช่นกัน , ระวังอุบัติเหตุที่มีโอกาสเกิดได้ทั้งในที่ทำงานและที่บ้าน , สวมแว่นกันแดดทุกครั้งที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง เนื่องจากแสงแดดในปัจจุบันส่งผลอันตรายต่อดวงตาคุณได้ง่าย

           หากคุณเมื่อยล้าจากการใช้สายตามาทั้งวัน เนื่องจากกล้ามเนื้อดวงตาประกอบด้วยการบริหารกล้ามเนื้อเล็กๆ ที่อยู่รอบๆ ดวงตา การบริหารกล้ามเนื้อดวงตาจะช่วยให้ดวงตาได้ผ่อนคลายและยังเป็นการฝึกการเคลื่อไหวของดวงตาให้เกิดความสัมพันธ์กับสมองอีกด้วย

            - ลองใช้มือปิดตาข้างหนึ่ง และใช้ตาที่เหลือจ้องมองที่วัตถุที่ต่างๆ ใกล้ ไกล เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
            - เปิดตาสองข้าง มือถือปลายดินสอหรือปากกายืดออกเท่าความยาวช่วงแขน บังคับดวงตาให้จ้องมองที่ปลายปากกาโดยให้เห็นเป็นจุดๆเดียว แล้วค่อยๆเคลื่อนปลายปากกาเข้าใกล้ดวงตาขึ้นอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกัน บังคับให้ดวงตาทั้งสองข้างมองตามมาและให้เห็นเป็นจุดเดียว ไม่ให้เกิดเป็นภาพซ้อนจนใกล้ดวงตามากที่สุด ทำเช่นนี้อย่างน้อย 10-20 ครั้งเป็นประจำทุกวัน เป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อในการมองใกล้ และช่วยให้ดวงตาตรงไม่เขออก

           นอกจากข้อปฏิบัติข้างต้นแล้ว การดูแลจากภายในสู่ภายนอก ด้วยการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าต่อดวงตา และช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากดวงตาได้

            - อาหารในกลุ่มที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ในอาหารเสริม เช่น วิตามินซี วันละ 500 มิลลิกรัม , วิตะมินอี วันละ 400 IU , เบตาแคโรทีน วันละ 15 มิลลิกรัม , สังกะสี (zinc oxide) วันละ 500 มิลลิกรัม , ไบโอฟลาโวนอยด์ (bioflavonoid) เพื่อป้องกันโรคจอตาเสื่อม โรคต้อกระจก และยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน 
            - กรดไขมันชนิด Omega 3 เช่น ปลาแซลมอน แมคเคอเรล ซาร์ดีน ซึ่งควรรับประทานอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้งช่วยรักษาอาการตาแห้ง และโรคหัวใจ หลอดเลือด ไขมันสูง ความดันโลหิตสูง และป้องกันมะเร็งหลายชนิด เนื่องจากเป็นต้นกำเนิดของกรดไขมันอิสระสองชนิดคือ EPA และ DHA ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
            - สาร lutein และ zeaxanthin เป็นกลุ่มแคโรทีนอยด์ซึ่งทำให้พืชมีสีเหลือง สารเหล่านี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคต้อกระจก และโดยเฉพาะโรคจอตาเสื่อมไม่เพียงป้องกันเท่านั้น แต่สามารถรักษาได้ด้วย สารเหล่านี้มีมากในผักใบเขียว ควรได้รับ lutein 20 มิลลิกรัมต่อวัน และ zeaxanthin 6-10 20 มิลลิกรัมต่อวัน หรือสามารถรับประทานเป็นเม็ดเสริมได้


             เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของคุณจากเดิมเล็กน้อย ก็จะสามารถถนอมดวงตาของคุณให้ยาวนานได้…

     
    บทความในหมวดเดียวกัน
    12 สัญญาณเตือน ! ถึงเวลาเปลี่ยน เพื่อสุขภาพดี
    4 ต้นตออาการไอ ที่ป้องกันได้
    สัญญาณเตือนภัยสุขภาพ อาการที่ไม่ควรมองข้าม
    อาการผิดปกติที่ควรไปตรวจตา
    สัญญาณบ่งบอกว่าต้องรักษารากฟัน
    ผลเสียที่มาจาก “ โรคอ้วน ” !!!
    ภาวะใจสั่น
    ปวดท้องเมนส์เรื้อรัง สัญญาณอันตราย
     
    Share
    เปิดอ่าน 1276 ครั้ง 
     
     บทความที่เกี่ยวข้อง
    12 สัญญาณเตือน ! ถึงเวลาเปลี่ยน เพื่อสุขภาพดี
    4 ต้นตออาการไอ ที่ป้องกันได้
    สัญญาณเตือนภัยสุขภาพ อาการที่ไม่ควรมองข้าม
    อาการผิดปกติที่ควรไปตรวจตา
    สัญญาณบ่งบอกว่าต้องรักษารากฟัน
    ผลเสียที่มาจาก “ โรคอ้วน ” !!!
    ความขี้เกียจ… สร้างปัญหาให้แก่ดวงตา
    ภาวะใจสั่น
    ปวดท้องเมนส์เรื้อรัง สัญญาณอันตราย
    รู้โรคจากกลิ่นลมหายใจ
     
     บทความที่ถูกเปิดอ่านบ่อย
    โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
    โรคกระเพาะ
    น้ำสตรอเบอรี่ปั่น
    สุขภาพเล็บบอกโรคได้
    กฎทองของการทำผมไปงานแต่งงาน
    การอ่านผลตรวจเลือด
    การกระโดดเชือก
    ประโยชน์ของปลาทู
    ปฐมพยาบาลกรณีสำลักควันไฟ
    แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
    Home  |  Beauty  |  Exercise  |  Webboard  |  Contact
    Copyright © 2010 Healththai.com. All Rights reserve.