>> Main Menu <<

 
  • Home
  •  
  • Beauty
  •  
  • Exercise
  •  
  • Webboard
  •  
  • Contact
  • Slide 1
    Slide 2
    Slide 3
     

    อาการคันตามผิวหนัง

    อาการคันตามผิวหนัง
     

     ผิวหนังที่ดีย่อมเป็นที่ปราถนาของทุกคน แต่หากผิวหนังขึ้นผดผื่นและมีอาการคันจะทำยังไงอาการคันผิวหนังนำมาซึ่งความรำคาญและทำให้เสียบุคลิค รวมไปถึงยังทำร้ายผิวของเราอีกด้วย

     

              อาการคันตามผิวหนังเกิดจากอะไร แพทย์มีวิธีการวินิจฉัยอย่างไร

           คงต้องบอกว่าอาการคันผิวหนังนั้น เป็นอาการแสดงที่ไม่ได้ เฉพาะกับโรคใด โรคหนึ่งเท่านั้น สาเหตุของการคันมีมากมาย ในที่นี้ หมอขอแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ

           เกิดจากความผิดปกติ ของผิวหนังบริเวณที่คันเองการคันประเภทนี้ มักมีผื่นร่วมด้วย ซึ่งการพบแพทย์ผิวหนัง จะสามารถให้การวินิจฉัยแบบเฉพาะเจาะจงลงไปได้ถึงสาเหตุ เช่น


              - จากการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส อาการทำให้เกิดอาการคันได้ทั้งสิ้น แต่ลักษณะผื่นจะแตกต่างกัน เช่น เชื้อราที่ลำตัว ผื่นจะมีลักษณะเป็นวง ขอบแดงนูน หรือการติดเชื้อไวรัสเช่นเริม หรืองูสวัสดิ์ ผื่นจะมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม หรือแม้กระทั่งโรคหิด โรคนี้จะมีอาการคันที่รุนแรงโดยเฉพาะเวลากลางคืน มีผื่นขึ้นตามซอกนิ้ว โรคในกลุ่มนี้สามารถติดต่อได้ หากสงสัยควรมาพบแพทย์โดยเร็วก่อนที่จะแพร่กระจายไปให้คนอื่นที่บ้าน


              - ผิวหนังอักเสบ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นโรคที่ถูกวินิจฉัยมากที่สุด คนไข้ส่วนใหญ่มักไปซื้อ steroid มาทาเองและพบว่าอาการทุเลาลง แต่หากเราไม่หาสาเหตุของโรคนี้ ก็คงเหมือนกับเรามีพยาธิแล้วซื้อแต่ยาถ่ายพยาธิ มาทาน โดยไม่ได้ไปเปลี่ยนพฤติกรรมของเรา เราก็จะเป็นโรคนี้เป็นๆหายๆ ตลอดเวลา ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคค่อนข้างหลายหลาก เช่นเกิดจากภูมิแพ้ภายในร่างกาย การแพ้สัมผัส เป็นต้น ตำแหน่งและลักษณะของผื่นนั้นมีความแตกต่างกันไปแล้วแต่สาเหตุ การพบแพทย์เพื่อทำการทดสอบสาเหตุที่แน่นอนได้


              - ลมพิษ บ่อยครั้งที่คนไข้มาหาแพทย์ด้วยอาการคันผิวหนัง ให้ประวัติว่ามีผื่นนูนแดง เป็นๆหายๆ เวลามาพบแพทย์ผื่นหายไป แต่กลับไปบ้านกลับมีผื่นขึ้นใหม่ นั่นนับเป็นธรรมดาของโรคนี้ โดยทั่วไปลมพิษนั้น อาการจะเป็นๆหายๆ แต่ละผื่น ไม่เกิน หนึ่งวัน และหายโดยไม่มีรอยดำ ทั้งนี้หากเป็นเพียงลมพิษเฉียบพลัน อาการเป็นไม่เกิน 6 อาทิตย์ อาจไม่จำเป็นต้องหาสาเหตุ เพียงแต่ทานยาแก้แพ้ และหลีกเลี่ยงอาหาร หรือยาบอกชนิดที่สามารถกระตุ้นได้ก็พอ แต่หากเป็นนานเกิน 6 สับดาห์แล้ว คงต้องหาสาเหตุอีกครั้งหนึ่งคะ


              - โรคผิวหนังอื่นๆ เช่นสะเก็ดเงิน โรคผิวแห้ง โรค lichen planus ซึ่งแต่ละโรคมีลักษณะผื่นและการรักษาที่ต่างกันออกไป

             เกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย โรคในกลุ่มนี้อาจไม่มีลักษณะเฉพาะที่ผิวหนัง หากแต่มีแต่รอยการเกาเท่านั้น โรคภายในร่างกายที่สามารถทำให้เกิดอาการคันได้เช่น


              - โรคพยาธิ


              - โรคเรื้อรังต่างๆ หรือโรคประจำตัวเช่น โรคเบาหวาน โรคไตวาย โดยเฉพาะในคนที่คุมเบาหวานไม่ค่อยดี จะมีอาการคันตามตัวได้มาก


              - โรคดีซ่านจากการอุดตันของทางเดินน้ำดี โดยคนไข้อาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองร่วมด้วย บางคนอาจสังเกตว่ามีอุจจาระที่สีซีดขาว ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม


              - โรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง จะพบอาการคันได้มากกว่ามะเร็งชนิดอื่น


              - โรคจิต ก็ทำให้เกิดอาการคันได้

     

     

               แล้วเมื่อไหร่จึงควรมาปรึกษาแพทย์

              - หมออยากแนะนำว่าหากมีผื่นขึ้น ควรมาให้แพทย์ผิวหนังดูเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แน่นอนก่อน ไปซื้อยามาทาเอง เพราะการทายาไม่ว่าจะเป็น steroid หรือยาทาฆ่าเชื้อรา สามารถทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง อยากต่อการวินิจฉัยหรือรักษาต่อไป

              - แต่หากเป็นการคันที่ไม่ได้มีผื่นอะไรชัดเจน อาการคันนั้นอาจเกิดจากผิวแห้ง หรือถูกสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองนิดหน่อย อาจลองทา moisture เพื่อบรรเทา อาการไปก่อนได้ เช่นกันกับลมพิษ หากเป็นเพียงลมพิษเฉียบพลัน คนไข้อาจไปซื้อยาแก้แพ้มาทานเองที่บ้าน แต่หากเป็นนานเกิน 6 สัปดาห์ หรือมีอาการปากบวม ตาบวม หายใจขัด ต้องมาพบแพทย์โดยทันที เพราะอาการเหล่านี้รุนแรงถึงเสียชีวิตได้

     

               เราสามารถป้องกันตัวเองได้อย่างไร


              - ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุของโรค เช่นหากสาเหตุของการคันเกิดจากผิวแห้งซึ่งพบมากในคนสูงอายุ หรือคนที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคไตวายเรื้อรัง เมื่อผิวหนังแห้ง จะเปราะบาง และอาจแตกเป็นแผลได้ ทำให้สิ่งแปลกปลอมภายนอกเข้าไปในร่างกายได้ง่าย การรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวหนังมีความสำคัญมาก เริ่มจากการหลีกเลี่ยงสารระคายเคือง เช่น ผ้าขนสัตว์ผ้าเนื้อหยาบ เช่นผ้าโพลีเอสเตอร์ ไนล่อน สารต่างๆที่มีกลิ่นหอม เช่นน้ำยาระงับกลิ่นกาย

              - ในบางคนอาจมีปัญหาจาการแพ้สัมผัสสารต่างๆชนิดกัน โดยมากอาการจะเกิดผื่นเฉพาะบริเวณที่เราสัมผัส เช่นตามติ่งหู สายนาฬิกา การทดสอบด้วย patch test สามารถบอกได้แน่นอนว่า เราแพ้สารชนิดใด เพื่อเราจะได้หลีกเลี่ยงได้ถูกต้อง ในบางครั้งอาจจำต้องหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดด้วย

              - นอกจากการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นแล้ว การทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำก็มีความสำคัญมาก แต่เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน บางคนมีผิวที่แห้งมาก จำเป็นต้องใช้ครีมบำรุงเฉพาะ โดยอาจการใส่มีสารต้านการระคายเคืองในครีมบางชนิดด้วย ควรทาครีมบำรุงผิวตลอดทั้งวัน ทันทีที่รู้สึกว่าผิวแห้งคัน หรือทันทีที่อาบน้ำเสร็จ หลังจากเช็ดตัวหมาดๆด้วยผ้าขนหนูแล้ว ให้ทาครีมบำรุงทันที เพื่อเพิ่มความสามารถในการดูดซึมครีมเข้าทางผิวหนังมากขึ้น

     

                แล้วการทำความสะอาดร่างกาย ควรทำอย่างไร

              - แปลกแต่จริง ยิ่งทำความสะอาดร่ายกายด้วยสบู่ สบู่ยา หรือการเช็ดแอลกอฮอล์ ยิ่งทำให้ผิวหนังยิ่งแห้งมากขึ้น นั่นเพราะสาเหตุของการคันจากผิวแห้งนั้นไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แถมการที่เราใช้ยาหรือแอลกอฮอล์ยิ่งไปทำลายสมดุลของเชื้อแบคทีเรียประจำถิ่นของเราไป ซึ่งเปรียบเหมือนทหารประจำเมืองเราตายไป ทำให้เชื้อภายนอกหรือศัตรูรุกรานได้มากขึ้น จากแค่ปัญหาผิวแห้ง จะแทรกซ้อนด้วยการติดเชื้อร่วมด้วย

              - มีหลายคนที่ชอบล้างหน้า หรือทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่แรงๆ หวังให้สะอาดล้ำลึก แต่หากเปรียบเทียบกับรถยนต์แล้ว ไม่มีใครพยายามขูดหรือใช้น้ำยารุนแรงเพราะกลัวสีหลุด แถมเรายังเคลือบเงารถ เพื่อให้สีรถสวยอยู่คงนาน หากคิดเปรียบกับผิวหนังเรา ผิวหนังเราบอบบางกว่าสีรถมาก การขัดถูแรงๆ ย่อมทำให้ผิวหนังเกิดความระคายได้ง่าย แถมเรายังไม่เคลือบเรา หรือทาครีมบำรุงอีก

     

                สุดท้ายนี้ในช่วงหน้าฝน แพทย์มีคำแนะนำในการปฏิบัติตัวอย่างไร

              - ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน อากาศค่อนข้างชื้น ทำให้มีโอกาสเกิดโรคผิวหนังจากเชื้อรา และ ยีสต์ได้ง่าย โดยมากผื่นจะเกิดบริเวณอับชื้นเช่นใต้ราวนม ขาหนีบ หรือง่ามนิ้วเท้า แถมเสื้อผ้ามักมีปัญหาความอับชื้น การดูแลความสะอาด ใส่เสื้อผ้าโปร่ง สบาย ชุดชั้นใน หรือเสื้อผ้าก็ควรตากแดดให้แห้งก่อนสวมใส่ สำหรับผู้ที่มีผื่นเกิดขึ้นบริเวณดังกล่าวแล้วอย่าละเลยนะคะ หมอรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการขูดพิสูจน์ว่าผื่นที่เกิดขึ้น นั้น เป็นผื่นจากเชื้อราหรือไม่ เพราะเชื้อราแต่ละชนิดและแต่ละประเภทล้วนมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป

              - สุดท้ายนี้หมออยากฝากไว้ว่า การคันไม่ว่าเกิดจากสาเหตุใดนั้น สามารถกระตุ้นได้จากการเกา อย่างคัน ยิ่งเกา ยิ่งมีผื่นคันนะคะ หากเรารู้สึกคันเมื่อใด ให้นำครีมบำรุงมาทาบ่อยๆแทนการเกาคะ

     

     
    บทความในหมวดเดียวกัน
    4 โรคยอดฮิตของผู้หญิง จะเลือกป้องกันหรือรักษา
    สังเกต 4 อาการ ก่อน"โรคลมแดด" เล่นงาน
    เช็ก 7 อาการโรคหัด
    สังเกตมะเร็งชนิดต่างๆ ก่อนชีวิตจะเสี่ยง
    วิธีสังเกตุอาการมะเร็ง 15 ประเภท
    โรคเอดส์/ไวรัสเอช ไอ วี - AIDS / HIV
    อาการโรคหัวใจที่ควรระวัง
    ท้องไส้ปั่นป่วนเรื้อรัง สัญญาณเตือนภัยมะเร็ง
     
    Share
    เปิดอ่าน 2153 ครั้ง 
     
     บทความที่เกี่ยวข้อง
    4 โรคยอดฮิตของผู้หญิง จะเลือกป้องกันหรือรักษา
    สังเกต 4 อาการ ก่อน"โรคลมแดด" เล่นงาน
    เช็ก 7 อาการโรคหัด
    สังเกตมะเร็งชนิดต่างๆ ก่อนชีวิตจะเสี่ยง
    อาการคันตามผิวหนัง
    วิธีสังเกตุอาการมะเร็ง 15 ประเภท
    โรคเอดส์/ไวรัสเอช ไอ วี - AIDS / HIV
    อาการโรคหัวใจที่ควรระวัง
    ท้องไส้ปั่นป่วนเรื้อรัง สัญญาณเตือนภัยมะเร็ง
    วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ
     
     บทความที่ถูกเปิดอ่านบ่อย
    โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
    โรคกระเพาะ
    สุขภาพเล็บบอกโรคได้
    น้ำสตรอเบอรี่ปั่น
    กฎทองของการทำผมไปงานแต่งงาน
    การอ่านผลตรวจเลือด
    การกระโดดเชือก
    ประโยชน์ของปลาทู
    แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
    ปัญหาเด็กติดเกมส์
    Home  |  Beauty  |  Exercise  |  Webboard  |  Contact
    Copyright © 2010 Healththai.com. All Rights reserve.