>> Main Menu <<

 
  • Home
  •  
  • Beauty
  •  
  • Exercise
  •  
  • Webboard
  •  
  • Contact
  • Slide 1
    Slide 2
    Slide 3
     

    มะเร็งปากมดลูกและวิธีป้องกัน

    มะเร็งปากมดลูกและวิธีป้องกัน
     

     

              สุขภาพของผู้หญิงเรามีความเสี่ยงในเรื่องของโรคมะเร็งชนิดหนึ่ง ที่ทางฝ่ายชายไม่สามารถเป็นได้เลยนก็คือมะเร็งปากมดลูก ซึ่งสาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งชนิดนี้ คือการได้รับเชื้อไวรัส HPV โดยปกติแล้ว ผู้ที่ได้รับเชื้อ HPV ก็จะหายได้เอง คือร่างกายสามารถจัดการ กำจัดได้เอง แต่มีเพียงราว 10% เท่านั้นที่เชื้อไวรัสนี้สามารถเข้าไปสร้างความผิดปกติให้เยื่อบุปากมดลูก สุดท้ายทำให้เกิดการผิดปกติของการแบ่งเซลล์ และกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด ซึ่งกว่าที่จะเกิดการพัฒนากลายเป็นเซลล์มะเร็งได้นี้ จะใช้เวลาราวๆ 10-15 ปี

     

              ถ้าเราดูที่ตัวเลข ว่าความเสี่ยงมีไม่มาก (10%) แต่จากสถิติ จะเห็นได้ว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นสาเหตุการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งอันดับที่หนึ่งของผู้หญิงไทยเลยค่ะ คือราวๆ 7 คนต่อวัน นับว่าน่ากลัวไม่น้อยเลย

     

               ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก

     คราวนี้เรามาดูสาเหตุที่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกกันบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วพอสรุปได้ดังนี้นะคะ

                   - การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย


                   - การมีคู่นอนหลายคน


                   - การตั้งครรภ์ หรือมีลูกหลายคน


                   - มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสหูด (HPV)


                   - การรับประทานยาคุมกำเนิดเป็นเวลานานๆ


                   - การสูบบุหรี่


                   - สตรีที่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ที่อาจจะไม่รักษาความสะอาดมากนัก


                   - ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ


                   - พันธุกรรม มีส่วนอยู่บ้าง


                   - การขาดสารอาหารบางชนิด

     

               วิธีป้องกัน

     ถึงแม้ว่ามะเร็งปากมดลูกจะฟังดูน่ากลัว แต่ก็ยังสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงลงได้มาก เราลองมาดูวิธีการป้องกันมะเร็งปากมดลูกกันดีกว่าค่ะ 

                   - ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก โดยที่วิธีนี้จะสามารถลดโอกาสการเกิดมะเร็งลงไปได้อีกประมาณ 70% การฉีดวัคซีนนี้ ถ้าให้ได้ผลดีควรจะฉีดเมื่อมีอายุระหว่าง 9-26 ปีค่ะ


                   - หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย


                   - กินผักและผลไม้ให้มากขึ้น


                   - งดสูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องอับอากาศที่มีคนในห้องสูบบุหรี่เป็นประจำ  เมื่อได้รับควันบุหรี่ สารที่เรียกว่า “ทาร์” หรือน้ำมันดินจะถูกขับออกมาบริเวณปากมดลูกทำให้เกิดการระคายเคืองของปากมดลูก นานเข้าเซลส์เยื่อบุปากมดลูกอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลส์มะเร็งได้


                   - ทำการตรวจคัดกรองเพื่อหาเซลล์มะเร็งปากมดลูก (PAP Smear) เป็นประจำทุกๆ ปี

     

               การตรวจทำอย่างไร

            วิธีที่ดีที่สุดคือรับการตรวจหลังจากหมดประจำเดือนไปแล้วประมาณ 10-20 วัน และไม่ควรมีเพศสัมพันธ์ก่อนไปตรวจ เพราะอาจเกิดแผลถลอกภายในทำให้ตรวจไม่ได้เต็มที่ ภายหลังการตรวจอาจมีเลือดออกมาเล็กน้อยค่ะ แต่ถ้าออกไม่หยุดล่ะก็รีบไปหาหมออีกรอบซะนะ โดยที่ในปัจจุบันการแพทย์ก้าวหน้าค่ะ มีวิธีตรวจหาอยู่ 2 วิธีใหญ่ๆ นะคะคือ

              1. Pap smear (แพพ สเมียร์)


              เป็นวิธีเก่าที่ใช้การป้ายตัวอย่างภายในช่องคลอดมาตรวจผ่านกล้องจุลทรรศน์ซึ่งให้ผลแม่นยำ แต่มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ต้องตรวจในวันที่ไม่มีประจำเดือนมาแน่ๆ ถ้ามีเลือดประจำเดือนเหลือค้างอยู่ก็จะตรวจไม่ได้เลย

              2. Thin Prep (ธิน เพรพ)


             - เป็นวิธีใหม่ที่มีการศึกษาวิจัยจากสถาบันทั่วโลกพบว่าวิธีนี้ให้ผลละเอียดกว่าการตรวจแบบเก่าประมาณ 65 % โดยจะใช้วิธีขูดชิ้นเนื้อเยื่อภายในปากช่องคลอดไปทำการตรวจ ซึ่งวิธีนี้ จะแม่นยำกว่า และสะดวกกว่าไม่ต้องรอให้เลือดประจำเดือนหมดเกลี้ยงก็ตรวจได้ แต่ก็จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าเล็กน้อย

     

               อาการแบบไหนถึงควรรีบไปตรวจ

              มะเร็งปากมดลูกมักพบในสตรีอายุ 45 - 55 ปี แต่ตอนนี้มักตรวจพบมะเร็งปากมดลูกก่อนวัยอันควร และปัจจุบันก็พบในอายุน้อยลง เซลล์ปากมดลูกผิดปกติมักพบในวัยเจริญพันธุ์ หากมีอาการเตือนต่างๆ ดังด้านล่างนี้ ก็ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็วนะคะ เพราะอาจจะไม่ได้เป็นก็ได้ เพียงแต่ถ้าไปพบการติดเชื้ออย่างอื่นก็จะได้รับการรักษาให้ถูกต้องได้เลย

              1. ตกขาวสีเหลือง มีกลิ่น ปนเลือด


              2. เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (อาจพบหลังมีเพศสัมพันธ์)


              3. ปวดท้องน้อย (พบในกรณีมะเร็งลุกลามเนื้อเยื้อในช่องเชิงกราน)


              4. ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะเป็นเลือด (พบในกรณีมีการลุกลามไปกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย)


              5. เบื่ออาหาร ,น้ำหนักลด


              6. ขาบวม (มะเร็งลุกลามไปที่ต่อมน้ำเหลือง)

     

              การรักษา

              ระยะต้นการรักษาสามารถทำได้ง่ายโดยการจี้ด้วยความเย็น, ตัดปากมดลูกเป็นรูปกรวย ซึ่งปัจจุบัน สามารถรักษาได้ แบบผู้ป่วยนอก ไม่ต้องดมยาสลบหรือนอนพักในโรงพยาบาล ถ้าพบในระยะ ท้าย ๆ ต้องรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา

              มะเร็งปากมดลูก สามารถป้องกันได้ และหากตรวจพบได้เร็ว ก็มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นการตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปี เป็นสิ่งที่จำเป็นกับผู้หญิงนะคะ

     
    บทความในหมวดเดียวกัน
    5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง
    ทุเรียนน้ำ ยอดสมุนไพรพิฆาตมะเร็ง
    เวิร์กกิ้งวูแมน เสี่ยงมะเร็งเต้านม
    ระวังไขมันเกาะตับ เสี่ยงมะเร็ง
    ความรู้เกี่ยวกับมะเร็ง
    มะเร็งตับอ่อน เพชฌฆาตเงียบ
    กินแป้งคืนชีพมะเร็งเต้านม
    กินผักเยอะๆ ลดโอกาสมะเร็งเต้านม
     
    Share
    เปิดอ่าน 923 ครั้ง 
     
     บทความที่เกี่ยวข้อง
    5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง
    ทุเรียนน้ำ ยอดสมุนไพรพิฆาตมะเร็ง
    เวิร์กกิ้งวูแมน เสี่ยงมะเร็งเต้านม
    ระวังไขมันเกาะตับ เสี่ยงมะเร็ง
    ความรู้เกี่ยวกับมะเร็ง
    มะเร็งตับอ่อน เพชฌฆาตเงียบ
    มะเร็งปากมดลูกและวิธีป้องกัน
    กินแป้งคืนชีพมะเร็งเต้านม
    กินผักเยอะๆ ลดโอกาสมะเร็งเต้านม
    9 เรื่องมะเร็งเต้านมที่อย่าไปเชื่อ
     
     บทความที่ถูกเปิดอ่านบ่อย
    โรคเครียด (Psychosomatic Disorders)
    โรคกระเพาะ
    น้ำสตรอเบอรี่ปั่น
    สุขภาพเล็บบอกโรคได้
    การอ่านผลตรวจเลือด
    กฎทองของการทำผมไปงานแต่งงาน
    การกระโดดเชือก
    ประโยชน์ของปลาทู
    ปฐมพยาบาลกรณีสำลักควันไฟ
    แก้ปัญหารูขุมขนกว้าง
    Home  |  Beauty  |  Exercise  |  Webboard  |  Contact
    Copyright © 2010 Healththai.com. All Rights reserve.